รีวิวสมาร์ตโฟนราคาไม่เกิน 10,000 บาท เน้นจอใหญ่ ถ่ายรูปสวย Vivo Y50 ที่สุดของความคุ้มในปี 2020 ได้ทั้งดีไซน์หรูหรา หน้าจอขนาดใหญ่และคมชัด แถมยังมาพร้อมกับหน่วยประมวลผล Qualcomm Snapdragon 665, RAM 8 GB, ROM 128 GB ใช้งานลื่นไหลไม่มีกระตุก เทียบเท่ากับสมาร์ตโฟนราคาหมื่นกว่าบาท มีกล้องให้ครบทุกระยะทั้ง 4 เลนส์ (HD Main Camera, Bokeh Camera, Super Wide-Angle Camera, Macro Camera)

Vivo Y50

เปิดตัว Vivo Y50 ราคา 7,999 บาท ถือว่าไม่แพงเลยกับสมาร์ตโฟนระดับกลาง (แต่ราคาไม่เกินหมื่น) เหมาะกับนักเรียน นักศึกษา คนทำงานที่ต้องการความคุ้มค่า มีจุดเด่นอยู่ตรงที่ RAM 8 GB + ROM 128 GB, หน้าจอ Ultra O Screen และแบตเตอรี่ 5000 mAh โดยจุดขายของ Y-Series จะอยู่ที่ราคามากกว่า V-Series ที่เน้นเรื่องเทคโนโลยีใหม่ หากคุณต้องการจ่ายน้อยที่สุด คุ้มที่สุด ไม่เน้นลูกเล่นอะไรมากมาย Y-Series ก็เป็นคำตอบที่ตามหา

และถึงแม้ว่า Vivo Y50 จะอยู่ในตระกูล Y-Series แต่ดูเหมือนว่าสเปกต่าง ๆ จะไม่ได้ถูกลดทอนอะไรไปมากนัก และนี่ก็เป็นครั้งแรกของหน้าจอ Ultra O Screen ที่ถูกจับเข้ามาอยู่ในสมาร์ตโฟนราคาประหยัด (ปกติจะพบเจอใน V-Series เท่านั้น) และหากเทียบกับรุ่นล่าสุดอย่าง Vivo V19 เท่ากับว่า Vivo Y50 มีหน้าจอขนาดใหญ่กว่าเสียอีก 6.53″ ใหญ่เต็มตา ให้พื้นที่หน้าจอสูงถึง 90.77% เอาใจคนที่ชอบหน้าจอใหญ่ แบตเตอรี่อึด ใช้ทำงานทั้งวันได้สบาย

อุปกรณ์ที่แถมมา

  1. ตัวเครื่อง
  2. เคสซิลิโคนใส
  3. อะแดปเตอร์ 5V/2A
  4. สายชาร์จ USB-C

สเปกและคุณสมบัติ

  • ระบบปฏิบัติการ Android 10 (ครอบทับด้วย Funtouch OS 10)
  • หน้าจอ LCD FHD+ Ultra O Screen 6.53″ (ความละเอียด 2340 x 1080 พิกเซล)
  • หน่วยประมวลผล Qualcomm Snapdragon 665
  • แรม 8 GB
  • รอม 128 GB (รองรับ microSD สูงสุด 256 GB)
  • กล้องหลัง AI Super Camera
    • กล้องหลัก 13 MP (F/2.2)
    • กล้องมุมกว้าง 8 MP (F/2.2)
    • กล้องละลายฉากหลัง 2 MP (F/2.4)
    • กล้องมาโคร 2 MP (F/2.4)
  • กล้องหน้า 16 MP (F/2.0)
  • ระบบสแกนลายนิ้วมือ
  • แบตเตอรี่ 5,000 mAh
  • ขนาด 162.04 x 76.46 x 9.11 มม.
  • น้ำหนัก 197 กรัม

ตัวเครื่องมีให้เลือก 2 สี ดำ (Starry Black), น้ำเงิน (Iris Blue) โดยตัวที่รีวิวจะเป็นสีน้ำเงิน และจะมีอมม่วงเล็กน้อยตามการสะท้อนแสงไฟ เปรียบเหมือนดั่งผืนน้ำที่ระยิบระยับบนพื้นผิวมหาสมุทร การออกแบบทำให้เครื่องมีความโค้งรับอุ้งมือ (3D Micro Arc) ให้น้ำหนักเครื่องที่เบาและดูหรูหรา ส่วนความหนาเครื่องอยู่ที่ประมาณ 9 มม. หากเทียบกับงานออกแบบสมาร์ตโฟนราคาไม่เกินหมื่น Vivo Y50 ถือว่าทำออกมาได้หน้าตาดูดีเกินราคามาก สวยหรูราคาไม่แพง

วีโว่เลือกเปลี่ยนมาใช้เป็น USB-C แบบเต็มตัว และคาดว่ารุ่นหลังจากนี้ก็คงจะเป็น USB-C ตลอดไป แต่ก็ยังคงไว้ซึ่งพอร์ตหูฟัง 3.5 มม. คนที่มีหูฟังตัวเก่งก็ไม่ต้องกลัวว่าจะใช้งานไม่ได้ แต่น่าเสียดายเล็กน้อยตรงที่ไม่มีหูฟังแถมมาให้ ทั้งนี้เพื่อที่ว่าทางวีโว่จะได้ทำราคาสุดคุ้มให้ลูกค้าได้ครับ (เพราะบางคนก็ไม่ได้ใช้)

เพื่อลดต้นทุนให้ต่ำลงอีก ในขณะที่สเปกตรงส่วนอื่นไม่ได้ลดลงเท่าไหร่นัก การสแกนลายนิ้วมือจึงไม่ได้อยู่บนหน้าจอ แต่ย้ายไปอยู่ข้างหลังเครื่องแทน เรื่องการใช้งานส่วนตัวผู้รีวิวมองว่าไม่ใช่ปัญหา (แถมดูเหมือนจะเร็วกว่าสแกนบนหน้าจอด้วย) เวลาใช้งานนิ้วชี้ก็จะอยู่ด้านหลังเครื่องพอดี แต่หากใครชอบสแกนใบหน้าแบบ 2D อันนี้ก็สามารถทำได้เช่นเดียวกัน ส่วนกล้องก็ให้มาครบทั้ง 4 เลนส์ ครบเครื่องคุ้มค่าไม่แพ้รุ่นใหญ่เลยทีเดียว แถมมีรูปทรงคล้ายกันมองผ่าน ๆ ก็ไม่รู้

การใส่ซิมแยกสองซิมรองรับ 4G ทั้งคู่ สามารถอัปเกรด microSD โดยไม่ต้องแชร์ช่องซิม

หน้าจอไม่ได้เป็น AMOLED แต่ว่าการใช้งาน LCD ทั่วไปก็เหลือเฟือ แถมขนาดหน้าจอ 6.53″ ใหญ่เต็มตาเต็มอารมณ์ กับความละเอียด FHD+ แสดงผลแบบเต็มตาเต็มอารมณ์ ด้วยหน้าจอแบบ Ultra O Screen โดยมีรูกล้องอยู่มุมซ้ายบน เพื่อลดการบดบังพื้นที่แสดงผลที่สำคัญ ส่วนขนาดรูกล้องก็อยู่กลาง ๆ ไม่เล็กไม่ใหญ่ครับ ส่วนขอบหน้าจอมีขนาดเล็กทุกด้านยกเว้นด้านล่างที่หนาไปนิดนึง แต่โดยรวมแล้วเป็นสมาร์ตโฟนหน้าจอ 6.53″ ที่มีขนาดไม่ใหญ่อย่างที่คิด สามารถถือใช้งานมือเดียวได้สบายไม่ต้องประคองสองมือ

กล้องหน้าเห็นเล็กแบบนี้อย่างพึ่งประมาทไป เพราะยังไงวีโว่ก็เป็นเบอร์หนึ่งเรื่องเซลฟี่ การให้กล้องหน้า 16 MP ไม่ช่วยให้ความฟรุ๊งฟริ๊งลดลงแม้แต่น้อย สามารถปรับหน้าเนียนแบบธรรมชาติได้เหมือนเดิม (เดี๋ยวมีรีวิวเพิ่มเติม) สามารถปรับเบลอ ปรับเนียน เอาอยู่ทุกสภาพแสดงด้วย F/2.0 ให้ภาพสว่างคมชัดแม้อยู่ในที่แสงน้อย สายเซลฟี่ไม่มีผิดหวัง

Dazzling 3D Colors สีสันดูสง่างาม

วัสดุและงานประกอบ

สัมผัสแรกเลยคืองานประกอบดีมาก! หากให้คนที่ไม่รู้เรื่องราคาหรือไม่ได้ตามข่าวมือถือมา จะถามเสมอว่าเครื่องนี้ราคากี่หมื่น ด้วยขนาดตัวเครื่องที่ดูใหญ่และเด่น มีการวางเลนส์ AI Super Camera ด้านหลังคล้ายกับ Vivo V19 ที่เป็น AI Quad Camera ด้านหลังเปร่งประกายด้วยการไล่สี หากถ่ายในที่แสงเยอะจะสะท้อนเป็นสีฟ้า หากถ่ายในช่วงแสงน้อยก็จะมีการไล่สีม่วงปนจากด้านบน เป็นสเน่ห์อีกอย่างหนึ่งของวัสดุที่ใช้ผลิต Vivo Y50 สร้างมาตรฐานใหม่ของสมาร์ตโฟนราคาต่ำกว่าหมื่น ที่ไม่จำเป็นต้องเป็นวัสดุพื้น ๆ

หน้าจอเปิดมุมมองที่กว้างกว่า

หน้าจอขนาดใหญ่จะไม่มีความหมายเลย หากว่ามีขอบเครื่องที่หนาจนเทอะทะ โดยจากรูปรีวิวด้านบนก็แสดงให้เห็นแล้วว่า เครื่องยังไม่ใหญ่อย่างที่คิด (ถ้าเป็นกับมือผู้ชายจะพอดี แต่เป็นมือผู้หญิงจะล้นเล็กน้อย) ความลับอยู่ที่พื้นที่การแสดงผลสูงถึง 90.77% ไม่มีปุ่มอะไรรบกวนจิตใจ เซ็นเซอร์สแกนหลายนิ้วมือก็ย้ายไปด้านหลัง ส่วนกล้องหน้าฝังในหน้าจอแบบ Ultra O Screen ที่ให้อัตราส่วนจอภาพ 19.5 : 9 บนขนาดหน้าจอ 6.53″ มีพื้นที่การแสดงผลที่มากขึ้น สามารถรับชมภาพยนตร์ได้แบบเต็มอารมณ์มากกว่าเดิม

พื้นที่การแสดงผลสูงถึง 90.77%

ประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้น แบตเตอรี่ (ก็ยัง) อึดเหมือนเดิม

เป็นความคิดที่เข้าใจไม่ผิดว่าความแรงของเครื่อง มักจะมาพร้อมกับการกินพลังงานที่สูงขึ้น แต่สำหรับ Vivo Y50 มาพร้อมกับหน่วยประมวลผล Qualcomm Snapdragon 665 ที่อยู่ในระดับกลาง และเป็นชิปเซ็ตขนาด 11 นาโนเมตร (11nm FinFET) มีการปรับจูนเพื่อรีดประสิทธิภาพได้อย่างดีผ่าน Multi-Turbo 3.0 นอกจากนี้แบตเตอรี่ก็ให้ขนาดมาใหญ่จุใจ 5000mAh เหมาะกับการเล่นเกมตลอดทั้งวัน หรือแม้กระทั่งคนที่ต้องเดินทางบ่อย ๆ และไม่อยากแวะจุดชาร์จ หรือพกแบตเตอรี่สำรองให้หนักกระเป๋า

ระบบปฎิบัติการใหม่ล่าสุด อัปเดตแบบไม่มีกั๊ก

ตัวเครื่องมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 10 (ครอบทับด้วย Funtouch OS 10) ใช้งานง่ายตอบสนองทุกความต้องการ Software ใหม่ล่าสุดสดใหม่มาตั้งแต่โรงงานแบบไม่มีกั๊ก มาลูกเล่นให้ใช้งานมากมายตั้งแต่การแสดงผลแสงไฟ เมื่อทำการเสียบสายชาร์จหรือเปิด-ปิดหน้าจอ แล้วก็มาพร้อมกับผู้ช่วยอัจฉริยะ Jovi ที่จะมาช่วยดูแลสุขภาพและการใช้งานของคุณ ช่วยจัดการข้อมูลในชีวิตประจำวัน เตือนเรื่องการออกกำลังกาย แบบข้อมูลที่เฉพาะของบุคคล

กล้องเทพ ราคาเบา

เริ่มที่กล้องหลังแบบ 4 เลนส์ (Quad Camera) โดยทางวีโว่เรียกมันว่า “AI Super Camera” ด้วยฟังก์ชั่นกล้องที่หลากหลาย ช่วยทำให้การถ่ายภาพในชีวิตประจำวันครอบคลุมมากยิ่งขึ้น พร้อมกับระบบกันสั่นวิดีโอ (Ultra Stable Video) มีเซนเซอร์ตรวจจับการสั่นของมือ ช่วยให้คุณถ่ายวิดีโอได้อย่างราบรื่น และก็มีการใส่โหมด Super Night Selfie ช่วยให้ถ่ายกลางคืนได้คมชัดทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง ลดการเกิดนอยส์ของภาพและจุดของภาพที่สว่างมากไป

ภาพจากกล้องหลัง

ภาพจากกล้องหน้า

ประสบการณ์การใช้งานที่เหนือระดับ

อย่างที่กล่าวเรื่องสเปกไปก่อนหน้า ถึงแม้ว่าจะมีหน่วยประมวลผลระดับกลาง แต่การปรับแต่ผ่าน Software ช่วยให้ดึงประสิทธิภาพมาได้สูงกว่าแบรนด์อื่น Multi-Turbo 3.0 ได้รับการพัฒนาด้วยเทคโนโลยี VPG (Vivo Process Guardian) ผ่านทาง Center Turbo ที่ช่วยให้การเรียกใช้งานแอปพลิเคชั่นได้รวดเร็วยิ่งขึ้น และ AI Turbo ที่ทำงานได้อย่างชาญฉลาด แก้ปัญหาของระบบที่เกิดจากการเรียกแอปพลิเคชันล่วงหน้าได้ถึง 75% และเร็วขึ้นราว 20%

และก็ยังมี Jovi ผู้ช่วยอัจฉริยะ ที่จะมาช่วยดูแลสุขภาพอย่างชาญฉลาด จัดการข่าวและบริหารการแจ้งเตือน แนะนำในการดูแลสุุขภาพ เช่น เตือนในการขยับร่างกาย การนับก้าวเดิน เตือนให้ดื่มน้ำในปริมาณที่ร่างกายต้องการ ผ่านการคำนวณจากอายุ น้ำหนัก (ข้อมูลแต่ละคนจะไม่เหมือนกัน) อีกทั้งยังช่วยวางแผนการออกกำลังกายในชีวิตประจำวัน ช่วยให้มีแรงขับเคลื่อนเหมือนมีโค้ดส่วนตัว มีระบบกล้องที่พัฒนาร่วมกับ Google ในการสแกนผ่านทาง Jovi Vision

ข้อดี

  1. หน้าจอ Ultra O Screen ขนาดใหญ่ 6.53″
  2. แรงและจุด้วย RAM 8 GB + ROM 128 GB
  3. สีและดีไซน์สวยเกินราคา (Dazzling 3D Colors)
  4. แบตเตอรี่อึด 5000mAh
  5. เพิ่มประสิทธิภาพด้วย Multi-Turbo 3.0

ข้อเสีย

  1. ไม่แถมหูฟังมาให้
  2. ไม่มีระบบชาร์จเร็ว

สรุป

ขายดีแน่นอนกับ Vivo Y50 ที่จะมายกระดับมาตรฐานสมาร์ตโฟนระดับกลางไปจนถึงราคาถูก สเปกให้จัดเต็มมาแบบไม่งก ไม่ว่าจะเป็นหน่วยประมวผล Snapdragon 665 หรือว่าจะเป็น RAM ขนาดใหญ่ 8 GB และหน่วยความจุ ROM ขนาดยักษ์ 128 GB ในราคาเพียง 7,999 บาท งานนี้ทางวีโว่จัดเต็มแบบไม่ต้องยั้ง เหมาะกับผู้ที่อยากได้สมาร์ตโฟนราคาประหยัด แบตเตอรี่อึดเพียงพอสำหรับใช้งานทั้งวัน และมีหน้าจอขนาดใหญ่ไม่ต้องเพ่งให้ปวดตา การใช้งานก็เพียงพอสำหรับในปี 2020 ใช้แอปพลิเคชันแล้วไม่มีอาการหน่วง

หมายเหตุ – บทความนี้เป็น Advertorial