Motorola เปิดตัว Moto G6 พร้อมกับรุ่น Plus ซึ่งวางจำหน่ายออนไลน์ครั้งแรกกับ Shopee ไปเมื่อเดือนก่อน ด้วยราคาที่โดดเด่นไม่ถึงหมื่นบาท แต่ได้กล้องคู่ประสิทธิภาพสูง แถมด้วยวัสดุระดับพรีเมียมไม่แพ้สมาร์ทโฟนราคาสองหมื่นบาท ทำให้เป็นหนึ่งในรุ่นคุ้มค่าที่น่าจับตามองในขณะนี้มากที่สุด

Moto G6
Moto G6

Moto G6

หลายคนอาจสงสัยระหว่างรุ่นปกติและรุ่นพลัสต่างกันอย่างไร ซึ่งเอาเข้าใจหลายคนมักจะเชียร์รุ่นพลัสมากกว่าเพราะจอใหญ่ (และน่าจะมีอะไรหลายอย่างดีกว่า) แต่แท้จริงแล้วสเปคทั้งสองรุ่นนี้มีหลายอย่างคล้ายกันมากครับ

Moto G6Moto G6 Plus
หน้าจอ 5.7″ FHD+ (18:9)หน้าจอ 5.9″ FHD+ (18:9)
หน่วยประมวลผล Snapdragon 450หน่วยประมวลผล Snapdragon 630
แรม 3 GBแรม 4 GB
รอม 32 GBรอม 64 GB
แบตเตอรี่ 3,000mAhแบตเตอรี่ 3,200mAh
ราคา 7,990 บาทราคา 9,990 บาท

นอกนั้นก็จะเป็นคุณสมบัติที่เหมือนกัน (เกือบ) ทุกประการ ไม่ว่าจะเป็นกล้องหลังคู่ 12 + 5 MP, กล้องหน้า 16 MP (เมืองนอกได้แค่ 8 MP ตัวที่ขายในไทยพิเศษมากกว่า) ส่วนระบบปฏิบัติการ Android 8.0 Oreo และที่ขาดไม่ได้เลยก็คือรองรับ TurboCharge ส่วนหน้าจอเป็น 3D Glass บริเวณด้านหลัง

นอกจากนี้ก็รองรับสองซิม, NFC, สแกนลายนิ้วมือ, รวมถึงรองรับ USB-C ตามสมัยนิยม โดยหากเทียบจากสเปคแล้วส่วนตัวผู้รีวิวมองว่ารุ่นธรรมดาก็น่าสนใจไม่แพ้กัน แต่หากงบประมาณไม่ใช่ปัญหาบวกเงินสองพันเล่นตัวพลัสไปเลย (ได้ความจำเพิ่มและเร็วกว่า) แต่ถ้าไม่คิดจะใช้งานอะไรเยอะแยะรุ่นธรรมดาก็เพียงพอ

Moto G6 ให้มาครบทุกอย่าง

อ้อ … ลืมบอกไปว่าทุกกล่องแถมฟิล์มและเคสใสให้ด้วย คุ้มค่ามากครับ ไม่ต้องซื้ออะไรเพิ่มอีกแล้ว ส่วนอะแดปเตอร์มาพร้อมกับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว TurboCharge 15W แถมสายเป็น USB Type-A to Type-C เอาไปใช้งานกับพวกแบตเตอรี่สำรองอะไรได้เลย ไม่ต้องแปลงสายอีกให้วุ่นวาย

หากเทียบกับ G5 ถือว่ามีการพัฒนาไปมากจนจำแทบไม่ได้ว่าเป็น Motorola เพราะดีไซน์ใหม่หมดจรด มีการเลือกเอากระจกมาทำเป็นวัสดุฝาหลัง (ส่วนด้านหน้ายังเป็นกระจกตรงอยู่วางใจได้) และนอกจากนี้ยังรองรับ USB-C

ด้านหน้าเป็นสัดส่วนหน้าจอพิเศษ 18:9 ยาวเป็นพิเศษ ส่วนขนาดหน้าจออยู่ที่ 5.7″ ซึ่งดูเหมือนจะใหญ่ แต่เอาเข้าจริงแล้วมันไม่ใหญ่เลย เนื่องจากเป็นจอชิดขอบ และใช้พื้นที่ได้คุ้มค่าเป็นพิเศษ แต่ยังคงมีข้อติเล็กน้อยตรงพื้นที่บริเวณด้านล่าง เพราะหากตัดส่วนนี้ไป (ไม่มีสแกนลายนิ้วมือ) น่าจะได้ขนาดหน้าจอที่ใหญ่ขึ้นไปอีก

ความละเอียดหน้าจอเป็น Full HD+ (2160 x 1080 พิกเซล) ถึงแม้จะดูด้อยกว่าพวก 2K หรือ 4K แต่นี่คือสัดส่วนที่เหมาะสุดแล้วสำหรับสมาร์ทโฟน แถมยังไม่กินทรัพยากรเครื่องรวมถึงแบตเตอรี่อีกด้วย นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับคุณสมบัติ Moto Display ช่วยให้แสดงการแจ้งเตือนได้แม้หน้าจอปิดอยู่

หัวชาร์จแบบ USB-C ตามมาตรฐานใหม่ของ Google ที่จะนำมาใช้กับ Android หลังจากนี้ แต่ถึงอย่างไรก็ยังรองรับช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. อยู่เหมือนเดิมวางใจได้ครับ และก็ยังมีหูฟังแบบ In-Ear แถมมาให้ในกล่องด้วย

ด้านบนเป็นช่องใส่ Nano SIM สามารถใช้งานได้สองซิมรองรับ 4G ทั้งคู่ ความพิเศษอยู่ตรงที่ว่าคุณสามารถใส่ microSD ได้เลย (แยกอิสระ) ไม่จำเป็นต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ติดเพียงอย่างเดียวคือมันไม่กันน้ำ ซึ่งถ้ากันน้ำและรองรับชาร์จไร้สายด้วยจะเป็นหนึ่งรุ่นที่สมบูรณ์แบบเลย

Dual Camera
Dual Camera

Dual Camera

ความพิเศษของรุ่นนี้ก็คือ Dual Camera ในราคาประหยัด ด้วยกล้องคู่ความละเอียด 12 + 5 MP มีรูรับแสง f/1.7 ใช้ระบบจับโฟกัส Dual Autofocus Pixel และมีพิกเซลขนาด 1.4um ส่วนความเร็วโฟนกัสเข้าขั้นเทพช่วยให้จับภาพไวขึ้น 40% ในทุกสภาพแสง

กล้องหลังว่าละเอียดแล้ว กล้องหน้าว่าละเอียดกว่าด้วยความละเอียด 16 MP มีรูรับแสง f/1.7 พร้อมกับไฟแฟลช! ถ่ายเซลฟี่ได้สวยเนียน แต่หากใครอยากได้ลูกเล่นก็พอจะมีให้เล่นอยู่บ้าง พวกสติ๊กเกอร์น่ารัก ๆ

ภาพจากกล้องถือว่าใช้ได้เลยทีเดียวครับ ส่วนที่ชอบจะเป็นเรื่องความไวในการโฟกัสครับ ส่วนกล้องหน้าคุณภาพสูงใช้อัปโหลดขึ้น Social ได้ไม่อายใคร ข้อติเล็กน้อยก็จะเป็นเรื่องสภาวะแสงที่อาจทำให้ White Balance เพี๊ยนไปบ้าง แต่หากเทียบกับราคาที่จ่ายไปนับว่าคุ้มครับ ส่วนใครอยากดูรูปเพิ่มเติมแนะนำกระทู้ Pantip ของคุณ tamrong ถ่ายออกมาได้ค่อนข้างสวยครับ (คนละรุ่นแต่เป็นกล้องตัวเดียวกัน)

Review

การใช้งานทั่วไปถือว่าลื่นไหลดีมาก ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะทางบริษัทฯ แทบไม่ได้ปรับแต่ง Android 8.0 Oreo ไปจากเดิมมากนัก ข้อดีก็คือเรื่องความเร็วส่วนข้อเสียอาจเป็นเรื่องหน้าตาที่ดูน่าเบื่อไปหน่อย ส่วนการอัปเดตสบายใจได้เพราะทางบริษัทฯ การันตีว่ารุ่นนี้จะได้อัปเดตระบบปฏิบัติการ Android P ในอนาคต

หากใครชอบเล่นเกมก็สบายใจได้เรื่องหน่วยประมวลผล Snapdragon ที่เข้ากับเกมส่วนใหญ่ได้เป็นอย่างดี แต่ถ้าเล่นเกมแนะนำเป็น Moto G6 Plus ซึ่งจะหน่วยประมวลผลที่แรงกว่า รวมถึงแรมและรอมที่สูงกว่า (รวมถึงหน้าจอที่ใหญ่ขึ้นมาอีกนิด) ระบบเสียงดังสะใจตามแบบฉบับ Dolby Audio

รีวิวไปทั้งวันก็คงไม่หมดเพราะ Motorola จัดมาเต็มเครื่อง อย่างเรื่อง Moto Experience อันนี้ก็ไม่ใช่แค่ของเล่น แต่ยังสามารถใช้งานได้จริง เช่น หมุนข้อมือไว ๆ เพื่อเปิดกล้องหน้า, สะบัดเครื่องเพื่อเปิดไฟฉาย, ฯลฯ ระบบเสียงเป็น Dolby Audio สามารถปรับแต่งได้ ส่วนแบตเตอรี่ใช้งานจริง ๆ ก็อยู่รอดได้ทั้งวันแบบเหลือเฟือครับ

ข้อดี

  1. ราคาไม่เกินหมื่นแต่สเปคเกินตัว
  2. วัสดุและดีไซน์หรูหราเกินราคา
  3. ระบบเสถียรลื่นไหลไม่มีสะดุด
  4. กล้องคู่โฟกัสไวมาก
  5. หน้าจอสว่างใสน่าใช้งาน
  6. การันตีอัปเดตใหญ่อีกหนึ่งครั้ง

ข้อเสีย

  1. ไม่กันน้ำ
  2. มีแค่รุ่นความจุ 32 GB

สรุป

ดีที่สุดอาจใช้ไม่ได้กับรุ่นนี้ แต่เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่คุ้มที่สุดของช่วงราคาไม่เกินหมื่น ซึ่งในระดับราคานี้การแข่งขันสูงมาก มีรุ่นใหม่ออกมาให้เลือกซื้อกันแทบทุกเดือน (ยี่ห้ออื่น) แต่หากคุณชอบความสวยงามรับรองว่าไม่ผิดหวัง นอกจากนี้สเปคและคุณสมบัติยังใส่มาให้ครบแบบจัดเต็ม มีให้ทุกอย่างแม้กระทั่งเคสและฟิล์มกันรอย

ขอขอบคุณ Lenovo Thailand ที่เอื้อเฟื้ออุปกรณ์ส่งมาให้รีวิว