สมาร์ตโฟน 5G เริ่มทยอยจำหน่ายกันมากขึ้น อย่างก่อนหน้านี้มี Vivo Y72 5G ที่ราคาไม่ถึงหมื่น และล่าสุด Vivo V21 5G ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีสุดล้ำกล้องหน้ากันสั่น OIS รุ่นแรกของโลก ที่ช่วยแก้ปัญหาการเซลฟี่และภาพสั่น รวมถึงยังสามารถถ่ายกลางคืนอย่าง Super Night Selfie ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

Vivo V21 5G

ในส่วนของราคาเปิดตัว Vivo V21 5G อยู่ที่ 12,999 บาท (8/128 GB) และ 14,999 บาท (8/256 GB) โดยส่วนตัวผู้เขียนคิดว่า 128 GB ก็เพียงพอต่อการใช้งานแล้ว เว้นแต่ว่าใครชอบเก็บรูปไว้ในเครื่องเยอะ ๆ อาจเลือกเป็น 256 GB ส่วนสีก็มีให้เลือกเป็น Dusk Blue, Sunset Dazzle และ Arctic White

สำหรับสีก็ตัวที่รีวิวจะเป็น Sunset Dazzle หรือก็คือคล้ายรุ้งกินน้ำนั่นเอง และสีก็จะมีความเปลี่ยนไปเมื่อกระทบแสง ส่วนเรื่องราคาผู้เขียนรีวิวมองว่าวีโว่ยังคงทำราคาได้ดีเหมือนเดิม กับสมาร์ตโฟนหมื่นต้น ๆ ก็สามารถใช้งาน 5G นอกจากนี้ยังมีสิ่งที่เรียกว่า “นวัตกรรมใหม่” อย่างกล้องหน้ากันสั่น OIS โดยในขณะที่รุ่นแพงไม่มี

อุปกรณ์ที่แถมมากับเครื่องก็มีเป็นชุดมาตรฐานอย่างอะแดปเตอร์ชาร์จเร็ว 22W พร้อมกับสายชาร์จ USB-A > USB-C (อันนี้ดีมาตรฐานกลาง ๆ ใช้ได้เยอะ) นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับหูฟังแบบ 3.5 มม. และตัวแปลงหูฟังเป็น USB-C เรียกได้ว่าเครื่องบางแต่ก็ยังจัดเต็มมาให้ครบ ส่วนเรื่องฟิล์มหน้าจออันนี้ไม่ต้องห่วงเขาติดมาให้เลย

สเปกและคุณสมบัติ

  • ระบบปฏิบัติการ Android 11 (ครอบทับด้วย Funtouch OS 11.1)
  • หน้าจอ IPS ขนาด 6.44″ FHD+ (ความละเอียด 1080 x 2404 พิกเซล)
  • หน่วยประมวลผล MediaTek Dimensity 800U
  • แรม 8 GB
  • รอม 128/256 GB (รองรับ microSD)
  • กล้องหลังแบบ 3 เลนส์ พร้อมไฟแฟลช LED
    • กล้องหลัก 64 MP (F/1.79) มีกันสั่น OIS
    • กล้องมุมกว้าง 8 MP (F/2.2)
    • กล้องมาโคร 2 MP (F/2.4)
  • กล้องหน้า 44 MP (F/2.0) มีกันสั่น OIS
  • รองรับสองซิม (แชร์ร่วมกับ microSD)
  • ระบบสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอ
  • รองรับการเชื่อมต่อ 5G NA/NSA
  • แบตเตอรี่ 4,000 mAh (รองรับชาร์จเร็ว 33W FlashCharge)
  • ขนาด 159.68 × 73.90 × 7.29 มม.
  • น้ำหนัก 177 กรัม

การออกแบบ Vivo V21 5G จะคล้ายกับรุ่น Vivo V20 เนื่องจากเป็นตระกูลเดียวกัน ความแตกต่างก็จะเป็นเรื่องความสดใหม่ที่มากกว่า เนื่องจากเป็นสมาร์ตโฟนคนละปี (2021 กับ 2020) ส่วนเรื่องความหนาตัวรุ่น V21 5G จะมีความบางกว่านิดนึง แต่โดยรวมแล้วดีไซน์ไม่ฉีกจากเดิมมาก และส่วนตัวคิดว่าโมเดลนี้ยังไม่ตกยุค

การออกแบบ

ด้วยขนาดความบางทำให้เครื่องดูทันสมัยมากยิ่งขึ้น (7.29 มม.) ทำให้ง่ายต่อการจัดเก็บลงกระเป๋า ส่วนน้ำหนักอยู่ที่ 176 กรัม ถือใช้งานได้เบาบางอย่างที่ไม่เคยสัมผัส ส่วนสี Sunset Dazzle ก็มีการไล่เฉดเป็นประกายคล้ายกับเมฆสีแดงช่วงเวลาพระอาทิตย์ตก และก็มีขาวไข่มุก Arctic White และคราม Dusk Blue

กล้องทรงสี่เหลี่ยมสีดำด้านหลังถูกวางอย่างลงตัว มีการวางเลนส์ทั้งสามอย่างสมมาตร โดยเลนส์ขนาดใหญ่สุดจะอยู่ด้านบนนอกนั้นก็เป็นเลนส์เสริม พร้อมกับไฟแฟลช LED แบบไล่ระดับ (Dual Tone Step) แตกต่างจากหลายแบรนด์ที่มักเรียงเป็นเส้นตรง ส่วนตัวเครื่องแบนทั้งหน้าและหลัง พื้นผิวเป็นแบบด้านต้านรอยนิ้วมือ

กล้องหลังคุณภาพเกินตัว

สมาร์ตโฟนวีโว่ขึ้นชื่อเป็นอย่างมากในเรื่องของกล้อง (โดยเฉพาะกล้องหน้า) แต่ก่อนอื่นเราขอพูดถึงกล้องหลัก 64 MP (F/1.79) มีกันสั่น OIS เท่านั้นยังไม่พอยังมาพร้อมกับโหมดโฟกัสดวงตา Eye Autofocus นอกนั้นก็มีกล้องมุมกว้าง 8 MP (F/2.2) และกล้องมาโคร 2 MP (F/2.4) คุณภาพโดยรวมถือว่าอยู่ระดับดีเยี่ยม

ข้อดีของกล้องความละเอียด 64 MP ประการแรกก็คือเรื่อง “ความคมชัด” สามารถซูมได้แบบภาพไม่แตก คุณภาพของไฟล์ที่ได้สามารถเอาไปตกแต่งต่อได้สบาย มีระบบกันสั่น OIS แบบ 4 แกน มอบประสบการถ่ายภาพและวิดีโอที่ไม่เป็นสองรองใคร ตัวเครื่องมาพร้อมกับ AI ช่วยให้ปรับภาพสวยราวกับถูกถ่ายด้วยมืออาชีพ

มีโหมดภาพซ้อนให้ถ่ายเล่นด้วย (Double Exposure)

สำหรับการถ่ายรูปแบบภาพซ้อน (Double Exposure) เป็นเทคนิคการถ่ายภาพตั้งแต่สมัยกล้องฟิล์ม แต่ทางวีโว่ได้เพิ่มเข้ามาให้ในเมนูกล้องเลย โดยที่ไม่จำเป็นต้องติดตั้งแอปพลิเคชันใดเพิ่มเติม หลักการก็คือการเปิดชัตเตอร์เพื่อรับแสง 2 ครั้ง จนทำให้เกิดภาพซ้อนทับกันทีหลังนั่นเอง เอาไปถ่ายเล่นสร้างความแตกต่างได้ดี

กล้องหน้าพร้อมกับระบบกันสั่น OIS

จุดเด่นของ Vivo V21 5G อยู่ที่กล้องหน้าระบบกันสั่น OIS รุ่นแรกของโลกพร้อมกับระบบ Autofocus สามารถถ่ายเซลฟี่ได้คมกริบ แม้จะมีการเคลื่อนไหวเราก็จะได้ภาพที่ไม่สั่น อีกข้อดีคือทำให้สามารถใช้งาน Super Night Selfie ได้ดีมากยิ่งขึ้นเนื่องจากต้องเปิดรูรับแสงนานกว่าปกติ (OIS ช่วยลดการสั่นไหวของภาพ)

กล้องหน้าปรับชัดตื้น (ละลายหลัง) ได้ด้วย

จากภาพด้านบนจะเห็นได้ว่ากล้องหน้ายังทำได้ดีตามมาตรฐานวีโว่ ด้วยความละเอียด 44 MP (F/2.0) มีกันสั่น OIS และรีวิวตามตรงว่าหากเซลฟี่ทั่วไปจะไม่ค่อยได้ใช้ประโยชน์จากกันสั่นเท่าไหร่ แต่จะเห็นผลชัดเจนในตอนถ่ายภาพกลางคืนและถ่ายวิดีโอ เหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับสายทำคอนเทนต์ที่ต้องใช้สมาร์ตโฟนในการถ่าย

จากวิดีโอด้านบนทดสอบด้วยการให้นางแบบเดินขึ้น-ลงบันได โดยไฟล์วิดีโอที่ได้ค่อนข้างนิ่งพอสมควร แม้ว่าจะเป็นการถือเพียงแค่มือเดียวและเดินไปด้วยก็ตาม อันนี้หลายคนคงเริ่มเห็นภาพประโยชน์จาก OIS ที่เป็นระบบกันสั่นจากตัวเลนส์เลย และนี่ก็เป็นครั้งแรกที่มีการเอาระบบกันสั่นนี้มาใส่ที่กล้องหน้า (ปกติจะมีแต่กล้องหลัง)

ความพิเศษของกล้องหน้าคือมาพร้อมกับการปรับแต่งภาพด้วย AI ที่เนียนสวย เท่านั้นยังไม่พอยังมีแฟลชส่วนตัวให้ถึงสองดวง (Dual Selfie Spotlight) ทำงานร่วมกับหน้าจอที่สว้างอยู่แล้วผลคือภาพสว่างได้อีก แม้ว่าจะเป็นที่แสงน้อยหรือแทบจะไม่มีแสงเลย ช่วยให้การถ่ายเซลฟี่ไม่มีอุปสรรคอีกต่อไป จะที่ไหนหรือเมื่อไหร่ก็ได้

ไม่เพียงแค่แฟลชกล้องหน้า (Dual Selfie Spotlight) แต่ด้วยการโฟกัสอัตโนมัติ (AF) ไม่ว่าจะถ่ายระยะใกล้หรือไกลแค่ไหน ก็สามารถถ่ายภาพได้อย่างคมชัด ไม่หลุดโฟกัส และมีการเลือกใช้เทคโนโลยี ISOCELL Plus 2G เซ็นเซอร์รับภาพที่มีการอัปเกรดเพิ่มประสิทธิภาพของการรับแสง และความสว่างที่ดียิ่งขึ้น

จุดเด่น Vivo V21 5G ไม่ได้มีเพียงแค่การถ่ายภาพนิ่ง แต่ยังจัดเต็มด้วยคุณสมบัติด้านวิดีโอ มีการใส่ลูกเล่นมาให้แบบจัดเต็ม เพื่อดึงคุณสมบัติประสิทธิภาพตัวเครื่องออกมา ที่น่าสนใจก็ยกตัวอย่างเช่นการถ่ายวิดีโอสองกล้องพร้อมกัน (Dual-View Video) โดยไม่จำเป็นต้องตัดต่อแยกทีหลัง เหมาะกับงานถ่าย Vlog เป็นอย่างยิ่ง

รองรับ 5G พร้อมใช้งาน

ก่อนหน้านี้สมาร์ตโฟนที่รองรับ 5G มีราคาแพง และตอนนี้วีโว่ได้ทำให้มันถูกลงด้วยการเอามาจัดสเปกให้กับสมาร์ตโฟนระดับกลาง โดยรองรับการใช้งาน 5G NA/NSA มาจากโรงงานเลยไม่ต้องรออัปเดต สามารถใช้ได้กับทุกเครือข่ายที่มีอยู่ในประเทศไทย ส่วนตัวผู้รีวิวมองว่าซื้อสมาร์ตโฟนปี 2564 ควรจะรองรับ 5G ได้แล้วนะ

ประสิทธิภาพการใช้งาน

ชิปเช็ต MTK Dimensity 800U ให้ความเร็วไม่แพ้ Snapdragon 765G รองรับ 5G แบบสองซิมและสองโหมด (SA/NSA) บนสถาปัตยกรรม 7 นาโนเมตร เน้นประสิทธิภาพการทำงานและประหยัดพลังงาน ส่วนแรมอยู่ที่ 8 GB หากไม่พอก็ยังมี Extended Ram ที่ช่วยเปลี่ยนหน่วยความจำมาเป็นแรมได้เพิ่มอีก 3 GB

หน้าจอสวยคมกริบ

ตัวหน้าจอเป็น AMOLED-24 bit มีอัตรารีเฟรช 90Hz เหมาะกับเล่นเกมและดูหนังรองรับ HDR 10+ เพื่อให้ได้ประสบการณ์ที่สมบูรณ์แบบ การเล่นเกมมีเครื่องมือในการอำนวยความสะดวกให้เกมเมอร์ ไม่ว่าจะเป็นการตัดการแจ้งเตือนที่รบกวน, การเร่งประสิทธิภาพเครื่องเป็นพิเศษ, เครื่องมือช่วยเหลือในการตั้งค่าเกม, ฯลฯ

เห็นราคาหมื่นต้น ๆ แบบนี้แต่ก็มีสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอด้วยนะ! สะดวกในการใช้งานมากมาย หรือใครจะสะดวกเป็นสแกนใบหน้าแบบ 2D อันนี้ก็สามารถทำได้เช่นเดียวกัน ระบบปฎิบัติการมาพร้อมกับ Funtouch OS 11.1 ใช้งานง่ายมีหน้าตาไอคอนใหม่ล่าสุด พร้อมกับเครื่องมืออำนวยความสะดวก ในขณะที่ยังคงความเสถียร

ตัวเครื่องมาพร้อมกับแบตเตอรี่ 4,000 mAh สามารถใช้งานได้ตลอดทั้งวัน (ขึ้นอยู่กับการใช้งานอีกที) และถึงแม้ว่า 5G จะค่อนข้างใช้ทรัพยากรสูง แต่ด้วยชิปประมวลผลรวมถึงระบบจัดการพลังงานที่ทำออกมาได้ ส่วนการชาร์จเป็นแบบ USB-C ที่มาพร้อมกับอะแดปเตอร์ชาร์จเร็ว 33W ทำให้ใช้เวลาเพียงไม่นานแบตเตอรี่ก็เต็ม

สรุปโดยรวมแล้ว Vivo V21 5G เหมาะกับคนที่อยากได้สมาร์ตโฟนดีไซน์ทันสมัย ไม่หนาเทอะทะ และต้องการเน้นประสิทธิภาพของกล้อง เน้นการเซลฟี่เป็นหลักทั้งกลางวันและกลางคืน (ซึ่งก็น่าจะเหมาะกับผู้หญิง) และมาพร้อมกับหน้าจอที่มีคุณภาพทั้งเล่นเกมและดูหนังได้อย่างดี อีกทั้งยังรองรับเทคโนโลยี 5G อีกด้วย

ข้อดี

  1. กล้องหน้า 44 MP มีกันสั่น OIS รุ่นแรกของโลก
  2. กล้องหน้ามีแฟลชคู่ถ่ายได้แม้กระทั่งที่มืดสนิท
  3. อัตรารีเฟรซหน้าจอ 90Hz
  4. รองรับ 5G (NA/NSA) ทั้งสองซิม
  5. ดีไซน์เบาบางโฉบเฉี่ยว

ข้อเสีย

  1. ไม่มีพอร์ตหูฟัง 3.5 มม. (แต่แถมตัวแปลงให้)
  2. ลำโพงเป็นแบบเดี่ยว

สรุป

Vivo V21 5G มีราคาเปิดตัว 12,999 บาท (8/128 GB) และ 14,999 บาท (8/256 GB) ส่วนต่างกันที่สองพันบาท จัดอยู่ในกลุ่มสมาร์ตโฟนระดับกลางที่ราคาไม่แพง แต่สเปกที่ให้มานั้นถือว่าเกินตัวมากที่เดียว ข้อดีคือเทคโนโลยี OIS ที่จับมาอยู่ในกล้องหน้าเป็นรุ่นแรกของโลก ทำให้สามารถถ่ายภาพได้นิ่งมากที่สุด เหมาะกับคนที่อยากได้สมาร์ตโฟนกล้องหน้าดี ๆ แต่ก็ยังไม่อยากจ่ายแพงถึงขนาดรุ่นเรือธง โดยรวมแล้วเรามองว่ามันเป็นหนึ่งในรุ่นที่คุ้มค่าเกินราคาเลยทีเดียว

หมายเหตุ – บทความนี้เป็น Advertorial