อย่าพึ่งเรียกว่า IoT (Internet of Thing) หากยังเป็นการควบคุมแอร์ผ่านมือถือทั่วไป Ambi Climate 2 มาพร้อมกับ AI ที่จะคอยช่วยปรับอุณหภูมิที่เหมาะสมให้เรา โดยที่ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนเครื่องปรับอากาศใหม่ หมดปัญหาเรื่องรีโมทหายหรืออยู่ไกลเกินกว่าจะควบคุม เพราะเราสามารถสั่งงานผ่าน Wi-Fi หรือแม้แต่ 4G จากนอกบ้านก็ยังได้ ส่วนจะเป็นอย่างไรไปดูรีวิวอย่างละเอียดกันครับ

Ambi Climate 2
Ambi Climate 2

Ambi Climate 2

หากคุณไม่รู้จักก็ไม่ต้องแปลกใจ เพราะเขาเป็นกลุ่มสตาร์ทอัพ (Startup) มาจากฮ่องกง ซึ่งก็เคยทำยอดขายถล่มทลายมาแล้วจากรุ่นแรก และรุ่นนี้ก็เป็นพัฒนาต่อยอดมาอีกที ถึงแม้ว่าปัจจุบันแอร์หลายรุ่นจะสั่งงานผ่านแอปพลิเคชันได้ แต่ราคามันก็จะโดดขึ้นไปอีก แล้วทำไมเราต้องสิ้นเปลืองถึงขนาดนั้น กับแค่คุณสมบัติพื้นฐานธรรมดาทั่วไป

สรุปกระบวนการทำงานแบบสั้น ๆ ปกติเราจะใช้รีโมทแอร์ซึ่งเป็นเทคโนโลยี “อินฟราเรด” และการควบคุมในครั้งนี้ก็จะผ่านอินฟราเรดเช่นเดิม เพียงแต่ใช้อุปกรณ์ตัวกลางควบคุมแทน โดยสามารถใช้ได้กับแอร์เกือบทุกยี่ห้อในท้องตลาด (99% ที่ขายในไทยน่าจะใช้ได้หมด) ส่วนการสั่งการก็ผ่านแอปพลิเคชันอีกที แต่ทีนี้มันจะพิเศษตรงที่มี AI เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

AI คืออะไร ?

Artificial Intelligence (AI) หรือ ปัญญาประดิษฐ์ จะเป็นการนำเอาข้อมูลมหาศาลไปเทียบและวิเคราะห์บน Cloud (รวมถึงพฤติกรรมผู้ใช้) เพื่อให้ได้การตั้งค่าที่เหมาะสมออกมายังห้องเรา เคยรู้สึกไหมว่าอุณหภูมิ 25 องศาที่เราหลายคนเปิด ในบางครั้งเราก็รู้สึกว่ามันร้อนเกินไป และในบางครั้งเราก็รู้สึกว่ามันหนาวเกินไป ซึ่งนั่นเกิดจากปัจจัยหลายอย่างด้วยกัน

อุปกรณ์ภายในประกอบด้วย

  1. รีโมทอัจฉริยะ Ambi Climate 2
  2. สายชาร์จแบบ Micro USB
  3. อะแดปเตอร์
  4. คู่มือการใช้งาน

ด้านหลังก็เรียบง่ายมากเป็นช่องชาร์จไฟ (ต้องเสียบชาร์จตลอดเวลา) อีกช่องเป็นสำหรับ USB ขนาดปกติเผื่อมีการอัปเดต Firmware อะไรก็ว่ากันไป ส่วนถัดไปก็จะเป็นปุ่มสำหรับรีเซ็ทการตั้งค่า เรื่องดีไซน์นี่ถือว่าสวยเลยทีเดียว ตัวเครื่องเป็นสีขาวดูทันสมัยตัดกับด้านล่างที่เป็นตัวไม้ ส่วนด้านบนดำ ๆ ที่เห็นเป็นอินฟราเรด ซึ่งสามารถยิงได้กระจายทุกทิศทาง

รุ่นที่รองรับ

ปัจจุบันสามารถใช้ร่วมกับแอร์นับพันรุ่น ดูรุ่นทั้งหมด และจะเพิ่มขึ้นตลอดเวลาจากโค้ดอินฟราเรดที่ทุกคนช่วยกันเพิ่มเข้าไป แต่ทั้งนี้ก็มีวิธีเช็คง่าย ๆ คือถ้ารีโมทแอร์ของคุณมีหน้าจอ LCD ก็สามารถใช้งานได้นั่นเอง (ง่ายจัง) นอกจากนี้ก็จำเป็นต้องมีสมาร์ตโฟน เพื่อดาวน์โหลดแอปพลิเคชันดังนี้

นอกจากนี้ยังสามารถทำงานใช้เป็น Smart Home ร่วมกับระบบ Google Assistant, Amazon Alexa, OpenAPI ได้ด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ยังสามารถสั่งงานร่วมกับ IFTTT เพื่อตั้งค่าเงื่อนไขในการใช้งาน ยกตัวอย่างเช่นเมื่อเราเข้ามาในเขตบ้าน (เช็คจาก GPS) ก็สั่งเปิดให้แอร์ทำงานทันที หรือสั่งปิดเมื่อเราออกจากบ้าน

โดยปกติแล้วแอร์บ้านจะควบคุมอยู่สองอย่าง คือ อุณหภูมิและความชื้น ซึ่งเป็นตัวกำหนดว่าอากาศจะร้อนเย็น จะหนาวจะผิวแห้งหรืออย่างไร (ค่าสองอย่างนี้มักจะสัมพันธ์กัน) และการปรับก็สามารถควบคุมได้ตั้งแต่ใบพัดลมอย่างเดียว (ไม่มีความเย็นออกมา) สามารถทำความเย็นเพิ่มขึ้นลดลงได้ตามต้องการ รวมถึงการลดความชื้น

สรุปสั้น ๆ ก็คือหากมีอุปกรณ์นี้แล้วก็สามารถใช้แทนรีโมทได้ แต่ไม่ถึงขนาดที่ว่าโยนรีโมทเก่าทิ้งไปได้เลย เพราะการปรับบางอย่างอาจไม่ละเอียดเท่า เช่น การควบคุมบานสวิง (แต่ถ้าใครไม่ใช้อยู่แล้วก็ไม่เป็นไร) เข้าเรื่องเกี่ยวกับการควบคุม Ambi Climate 2 สามารถควบคุมแอร์แทนเราได้ โดยใช้ปัจจัยหลายอย่างเป็นเกณฑ์ดังนี้

  1. อุณหภูมิในห้อง (Indoor Temp)
  2. ความชื้นในห้อง (Indoor Humidity)
  3. อากาศภายนอก (Outdoor Weather Changes)
  4. แสงสว่าง (Ambient Light Levels)
  5. การแผ่รังสีความร้อน (Thermal Radiation)
  6. ช่วงเวลา (Time of Day)
  7. ฤดูกาล (Seasonality)

เหตุที่ต้องมีปัจจัยหลายอย่างมาวิเคราะห์ อย่างที่บอกคือคนเราไม่มีทางปรับอุณหภูมิเดียวตลอดทั้งปีทั้งชาติ บางครั้งหน้าร้อนเราก็ลดอุณหภูมิลง หรือแม้กระทั่งบางครั้งไม่ใช่หน้าหนาว แต่มีฝนตกภายนอกเราก็ปรับอุณหภูมิขึ้นเพื่อให้ไม่หนาวจนเกินไป สุดท้ายแล้วการกระทำทั้งหมดนอกเหนือจากความสบาย ยังช่วยให้ประหยัดไฟขึ้นอีกด้วย

วิธีใช้งาน

เห็นมีเรื่องข้อมูลเยอะแยะแต่การใช้งานไม่ยากเท่าไหร่ คือผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องมานั่งติดตามตลอดเวลา แต่ถ้าใครเป็นสายข้อมูลก็มาดูกราฟย้อนหลังได้อย่างละเอียด หลังจากติดตั้งแอปพลิเคชันเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็จะมีการลงทะเบียนนิดหน่อยรวมถึงระบุข้อมูล GPS เพื่อใช้อิงสภาพอากาศ จากนั้นก็เชื่อมต่อเข้า Wi-Fi ในบ้านและทำการเชื่อมกับแอร์ (AC Pairing) และเบื้องต้นก็จะมีวิธีการทดลองให้เรียนรู้นิดหน่อย

อย่างที่บอกคือการใช้งานง่ายดายมาก ผู้ใช้สามารถเรียนรู้ได้ด้วยตัวเองทันที แต่ในช่วงเดือนแรก ๆ อาจลำบากสักหน่อย เพราะว่าทาง AI ต้องการใช้เวลาเพื่อการเรียนรู้ว่าแบบไหนถึงจะ “พอดี” สำหรับผู้ใช้งาน ดังนั้นจึงจำเป็นต้องคอยควบคุมด้วยมือปรับอยู่บ่อยครั้ง และโหมดการควบคุมทั้งหมดจะมีดังต่อไปนี้

  1. ปรับด้วยความรู้สึก (Comfort Mode) : เลือกตามอารม์ผู้ใช้งานคือแค่บอกว่า ร้อนไป, กำลังพอดี, หนาวไป (มีทั้งหมด 7 ระดับให้เลือก) ซึ่งเราจำเป็นต้องใส่บ่อย ๆ เพื่อให้ระบบเกิดการเรียนรู้ แนะนำโหมดนี้เพราะใช้งานง่ายดี
  2. ปรับตามอุณหภูมิ (Temperature Mode) : ตรงตัวเลขคือปรับตามองศาเซลเซียสที่ต้องการ เพียงแต่จะมีการทำงานที่ซับซ้อนหน่อยคือสมมุติว่ามีความชื้นจากอากาศ ระบบจะบวกลบจนได้ค่าอุณหภูมิที่เหมาะสม
  3. สำหรับอยู่นอกบ้าน (Away Mode) : บางคนอาจสงสัยว่าอยู่ข้างนอกแล้วเปิดแอร์ทำไม (บ้าป่าว) แต่ความจริงแล้วบางทีเราก็มีสัตว์เลี้ยงอยู่ โดยเมื่ออุณหภูมิหรือความชื้นอยู่ในระดับที่ตั้งไว้
  4. ตั้งค่าด้วยตัวเอง (Manual Mode) : เหมือนใช้แทนรีโมทแอร์ธรรมดาทั่วไป โดยในโหมดนี้จะไม่มีการใช้ AI หรืออื่นใดมายุ่งเกี่ยวทั้งสิ้น

รีวิวการใช้งานช่วงแรกจะไม่เห็นผลอะไรนัก เพราะยังไม่มีการเรียนรู้พฤติกรรมผู้ใช้งานรวมถึงสภาวะแวดล้อมอื่น แต่พอใช้ไปสักพักรู้สึกเหมือนว่าแอร์มัน “รู้ใจ” เรามากยิ่งขึ้น มีการปรับอุณหภูมิเองอยู่เป็นระยะ ไม่มีการสะดุ้งตื่นตอนกลางคืนเพราะแอร์ร้อนเกินไป เหมือนกับรู้ว่าช่วงไหนเราต้องการอุณหภูมิเท่าไหร่

ข้อดี

  1. การเอาปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาช่วยคิดแทนเรา
  2. ใช้งานมือถือสั่งการแทนรีโมทได้
  3. สั่งปิดแอร์หรือเปิดอัตโนมัติได้เมื่อเราออกจากบ้าน
  4. หน้าตาตัวเครื่องสวยงาม วางตกแต่งบ้านได้
  5. แอปพลิเคชันใช้งานง่าย แต่ก็ดูข้อมูลได้ละเอียด
  6. รองรับ Google Assistant และ IFTTT

ข้อเสีย

  1. ราคาค่อนข้างสูง
  2. ไม่รองรับ HomeKit (Apple)
  3. ควบคุมแอร์ได้อย่างเดียว ไม่รองรับทีวี

สรุป

Ambi Climate 2 ราคา 4,990 บาท สามารถหาซื้อออนไลน์ได้ผ่าน Lazada, .life (จะไปสัมผัสที่สาขาก็ได้) หรือสั่งออนไลน์จากต่างประเทศ ก็จะอยู่ที่ราคา $129 ด้วยราคายอมรับว่าค่อนข้างสูงอยู่เหมือนกัน แต่สิ่งที่ทำให้แตกต่างคือการรวบรวมข้อมูลต่าง ๆ เอามาไว้ด้วยกันและประมวลผลเพื่อให้ตอบสนองผู้ใช้งาน หรือจะคิดว่าซื้อตัวระบบก็คงไม่ผิด