สมาร์ตโฟนราคาไม่เกินห้าพันบาท ถือว่าเป็นเรื่องท้าทายเป็นอย่างมาก vivo Y12A เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ สำหรับคนที่เน้นความคุ้มค่าและใช้งานทั่วไป ไม่หนักไปทางเล่นเกมอะไรมากนัก แต่ก็ยังอยากได้กล้องที่คุณภาพพอใช้ได้ แบตเตอรี่อึดเพียงพอสำหรับใช้งานทั้งวัน แล้วก็หน้าจอที่มีขนาดใหญ่ แถมยังได้หน่วยประมวลผล Snapdragon รุ่นสุดยอดนิยมมาไว้ในครอบครอง

vivo Y12A

ตัวเครื่อง vivo Y12A จัดอยู่ในตระกูล Y ที่เน้นราคาประหยัด ดังนั้นก็จะมีการตัดคุณสมบัติที่สิ้นเปลืองออกได้ ยกตัวอย่างเช่นการไม่รองรับ 5G (ซึ่งบางคนก็ว่าไม่จำเป็น) แต่ทั้งนี้แก่นสำคัญของเครื่องอย่าง “หน่วยประมวลผล” ก็ยังคงได้เป็น Qualcomm Snapdragon 439 ครอบคลุมการใช้งานพื้นฐาน ราคา 4,499 บาท ทำให้สามารถตัดสินใจซื้อได้ไม่ยาก แต่ก็ยังใช้งานได้อย่างราบรื่นไม่หงุดหงิด

สเปกและคุณสมบัติ

  • ระบบปฏิบัติการ Android 11 (ครอบทับด้วย Funtouch OS 11)
  • หน้าจอ IPS ขนาด 6.51″ HD+ (ความละเอียด 720 x 1600 พิกเซล)
  • หน่วยประมวลผล Qualcomm Snapdragon 439
  • แรม 3 GB
  • รอม 32 GB (รองรับ microSD)
  • กล้องหลังแบบ 2 เลนส์ พร้อมไฟแฟลช LED
    • กล้องหลัก 13 MP (F/2.2)
    • กล้องโบเก้ 2 MP (F/2.4)
  • กล้องหน้า 8 MP (F/1.8)
  • รองรับสองซิม (ไม่แชร์ร่วมกับ microSD)
  • ระบบสแกนลายนิ้วมือด้านข้างหน้าจอ
  • แบตเตอรี่ 5,000 mAh (รองรับชาร์จ 10W)
  • ขนาด 164.41 × 76.32 × 8.41 มม.
  • น้ำหนัก 191 กรัม

เนื่องจากเป็นเครื่องรุ่นประหยัด เพื่อให้สามารถกดราคาขายเครื่องให้ต่ำที่สุด จึงมีข้อจำกัดหลายประการ อย่างแรกก็คือจะไม่มีการแถมหูฟัง และพอร์ตสำหรับชาร์จแบตเตอรี่เป็น Micro USB ส่วนอะแดปเตอร์ที่แถมมา วีโว่ไม่ได้ใจร้ายอะไรยังคงให้เป็นแบบ 10W มาให้แทน (แบรนด์อื่นโดยมาก 5W) ส่วนฟิล์มกันรอยติดให้มาตั้งแต่โรงงานไม่ต้องซื้ออะไรเพิ่มเติม อ้อ … ยังคงมีเคสแถมให้เหมือนเดิมนะ!

ตัวเครื่องมีทั้งหมดสองสีคือ Mint Green และ Phantom Black (ตัวที่รีวิว) เน้นความเรียบง่ายไม่สะดุดตาอะไรมากนัก แต่ก็ถือได้แบบไม่ต้องอายใคร ระบบสแกนลายนิ้วมืออยู่บริเวณด้านข้างจอใช้งานสะดวก ดีไซน์ตัวเครื่องมีขอบโค้ง 2.5D ช่วยให้จับได้ถนัดมือ ส่วนเลนส์กล้องหลังนั้นเป็นแบบ 2 เลนส์ ส่วนอีกเลนส์เป็นกราฟิกหลอกเนื่องจากวีโว่ ต้องการใช้ตัวเครื่องที่สามารถแชร์ร่วมกับรุ่นอื่นได้นั่นเอง

ขนาดเครื่องที่ใหญ่เนื่องจากมีหน้าจอ 6.51″ แต่ก็ยังสามารถใช้งานทั้งวันเพราะแบตเตอรี่ 5,000 mAh เรื่องการชาร์จอาจไม่เร็วเหมือนรุ่นอื่นที่มี FlashCharge แต่การที่วีโว่ให้อะแดปเตอร์ 10W ก็ยังอยู่ในเกณฑ์ที่รับได้ ข้อเสียคือการชาร์จผ่าน Micro USB แทนที่จะเป็น USB-C แต่บางคนก็มองว่าเป็นข้อดี เนื่องจากสามารถช่วยร่วมกับอุปกรณ์เก่าได้นั่นเอง แต่ส่วนตัวผู้เขียนชื่นชอบการใช้งาน USB-C มากกว่า

ทำไมถึงต้อง Snapdragon

ในส่วนของชิปประมวลผลคนทั่วไปให้เครดิต Snapdragon มากกว่า MediaTek ในเรื่องของความเข้ากันได้กับเกมและแอปพลิเคชันมากกว่า ถึงแม้ว่าความเป็นจริงเราต้องเทียบกันรุ่นต่อรุ่นก็ตาม (และโดยมากสมาร์ตโฟนราคาประหยัดก็จะเป็น MediaTek มากกว่า) สำหรับประสิทธิภาพ Snapdragon 439 ก็อยู่ในระดับปานกลางสำหรับการใช้งานทั่วไป แต่ถ้าต้องการเอาไปเล่นเกมหนัก ๆ แนะนำรุ่นอื่นดีกว่า

หน้าจอใหญ่สะใจ

หน้าจอ Halo FullView Display ขนาดใหญ่ 6.51″ ความละเอียด HD+ ช่วยประหยัดแบตเตอรี่ ทำให้ความจุแบตเตอรี่ 5,000 mAh สามารถใช้งานได้ตลอดทั้งวัน มีรอยหยดน้ำบริเวณหน้าจอด้านบนขนาดเล็กไม่บดบังสายตา และมีคุณสมบัติพิเศษที่ช่วยในการกรองแสงสีฟ้า ที่เป็นอันตรายต่อดวงตาได้ (อันนี้ต้องกดเปิดเอง) ความสู้แสงอยู่ในระดับต่ำ หากเอาไปใช้งานนอกสถานที่ก็ต้องระวังเรื่องแดดเล็กน้อย

การเอาไปเล่นเกมของ Snapdragon 439 และ RAM 3 GB อยู่ในระดับที่ “พอเล่นได้” หากเกมไม่ได้สเปกสูงเวอร์เกินความจำเป็น หรืออีกทางก็คือปรับความละเอียดและเฟรมเรตลงมาหน่อย ส่วนพวกเครื่องมืออำนวยความสะดวกอย่าง Ultra Game Mode อันนี้ก็ยังให้มาครบ สามารถช่วยให้เล่นเกมได้มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม นอกจากนี้ยังมีเครื่องมือพื้นฐานของ Funtouch OS 11 มาช่วยอำนวยความสะดวกเพิ่มอีก

กล้องถึงจะเล็กแต่ก็ถ่ายสนุก

กล้องหลังมาพร้อมกับเลนส์คู่ แต่ความจริงเป็นเลนส์เดียวเพราะอีกเลนส์เป็นโบเก้ ทำหน้าที่คอยวัดระยะและแยกพื้นหลัง สำหรับความละเอียดก็ไม่ได้มากมายอะไร 13 MP รูรับแสงอยู่ที่ F/2.2 ถ่ายในที่แจ้งได้สวยงามไม่มีปัญหาแต่อาจมีดีเลย์ชัตเตอร์นิดหน่อย ส่วนความคมชัดก็เพียงพอสำหรับการใช้งาน Social Network ทั่วไปไม่ได้ถ่ายแล้วเบลออะไร มีลูกเล่นการถ่ายรูปมาให้พอสำควรสำหรับกล้องวีโว่ (ดูตัวอย่างได้จากภาพด้านล่าง)

ด้วยข้อจำกัดขนาดเซ็นเซอร์และตัวกล้อง การถ่ายรูปในที่มืดหรือแสงน้อยก็จะมีข้อจำกัดอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ถึงกับขนาดที่ว่าจะถ่ายไม่ได้เลย ถ้าหากเป็นการใช้งานทั่วไปก็ไม่ถึงกับมีปัญหาอะไร แต่ถ้าอยากได้คุณภาพสูงขึ้นมาอีกก็มีเลนส์ “โบเก้” ที่ช่วยแยกพื้นหลังออกมา หรือที่เรียกกันว่า “ชัดตื้น” ทำให้ภาพถ่ายที่ได้ดูมีความมืออาชีพเพิ่มขึ้นอีกนิด สามารถปรับรูรับแสงได้ตั้งแต่ F/0.95 ไปจนถึง F/16 ตามตัวอย่างภาพด้านล่าง

การถ่ายรูปแบบเบลอฉากหลัง ไม่ต้องทำอะไรมากเพียงแค่เปิดโหมด “โบเก้” ทีนี้ก็เหลือแค่ฝีมือของการถ่าย ว่าจะออกมาแล้วดูเนียนดูสมจริงขนาดไหน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ไม่ต้องกังวล เพราะเราสามารถปรับการเบลอเพิ่มเติมภายหลังได้ หรือแม้กระทั่งการเลือกจุดโฟกัสผิด ก็สามารถปรับเปลี่ยนภายหลังได้ นอกจากนี้ก็มีโหมดไลฟ์โฟโต้, ไทม์แลปส์, แก้ไขเอกสาร, พาโน, ภาพคน, HDR ส่วนวิดีโอถ่ายได้สูงสุดที่ Full HD (1080P)

กล้องหน้าดีงามตามฉบับวีโว่

ยอมรับว่ากล้องหลังอันนี้เฉย ๆ แต่ที่ดูเกินตัวเกินราคาคือกล้องหน้ามากกว่า ตามสไตล์ของวีโว่คือเน้นภาพนวลถูกใจสาว ๆ สามารถปรับแต่งบิวตี้ได้ตามใจชอบ ในขณะที่ให้ความเนียนของผิวและไม่หลอกตา ไม่น่าเชื่อว่ากล้องหน้าเพียงแค่ 8 MP รูรับแสง F/1.8 แต่สามารถถ่ายเซลฟี่ออกมาได้สวยขนาดนี้ มีการช่วยประมวลผลด้วย AI แม้ว่าจะเป็นสมาร์ตโฟนที่ราคาไม่เกิน 5,000 บาท ได้แค่กล้องหน้าไปก็ถือว่าเกินคุ้มกับราคานี้

สรุปแล้วหากคุณต้องการใช้งานที่มากขึ้น คงต้องพิจารณาซื้อรุ่นที่ราคาสูงกว่านี้ แต่หากอ่านรีวิวแล้วรู้สึกว่าเพียงเท่านี้ก็พอแล้ว ไม่ได้อยากได้คุณสมบัติอะไรมากมาย vivo Y12A ก็ตอบโจทย์และไม่อยากจ่ายแพง อันนี้เราก็คงต้องขอแนะนำเพราะราคาไม่เกิน 5,000 บาท ดีกว่าไปซื้อสมาร์ตโฟนโนเนมที่ไม่มีความเสถียรและใช้งานจริงไม่ได้ การซื้อวีโว่ได้ทั้งหน้าจอใหญ่, แบตเตอรี่อึด, และสแกนลายนิ้วมือด้านข้าง

ข้อดี

  1. หน่วยประมวลผล Snapdragon
  2. แบตเตอรี่อึด 5,000 mAh
  3. สแกนลายนิ้วมือด้านข้าง 0.17 วินาที

ข้อเสีย

  1. ไม่แถมหูฟังมาให้
  2. พอร์ตยังเป็น Micro USB

สรุป

สำหรับคนที่งบจำกัดจริง ๆ ไม่สามารถเพิ่มได้มากกว่านี้ vivo Y12A ก็เป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าคุ้มราคา ถึงจะมีข้อจำกัดหลายประการแต่เรื่องแบตเตอรี่อึดต้องยกให้ ดูหนังได้ยาว 17.4 ชั่วโมง หรือเล่นเกมได้ต่อเนื่อง 10.2 ชั่วโมง กล้องหลังยอมรับว่าไม่เท่าไหร่ แต่กล้องหน้าอันนี้ทำมาไม่เคยเสียชื่อวีโว่ ด้วยราคาขนาดนี้แต่ได้ความคุ้มค่าขนาดนี้ พังหรือหายไปก็ไม่ต้องเสียดาย เพียงแค่ราคา 4,499 บาท ซื้อได้แบบไม่ต้องคิดเยอะ!

หมายเหตุ – บทความนี้เป็น Advertorial