Xiaomi Redmi Note 4 เป็นหนึ่งในสมาร์ทโฟนที่คุ้มค่าทั้งในเรื่องราคา, แบตเตอรี่, ขนาดหน้าจอ, รวมถึงสเปคที่สูงเกินตัว นอกจากนี้ยังมีวัสดุและงานประกอบที่ดี อีกทั้ง ROM MIUI ที่ใช้งานได้อย่างลื่นเสถียร นับว่าเป็นสมาร์ทโฟนในช่วงราคาประมาณครึ่งหมื่นที่คุ้มสุดแล้วในตอนนี้

Xiaomi Redmi Note 4
Xiaomi Redmi Note 4

Xiaomi Redmi Note 4

โดยปกติแล้วสมาร์ทโฟนเครื่องนี้ที่ศูนย์ไทยขายอยู่ที่ 6,790 บาท แต่ผมสั่งออนไลน์ผ่านทางเว็บไซต์ GearBest (ส่งฟรี) รวมแล้วได้ ราคา 5,302 บาท ซึ่งก็แล้วแต่โปรโมชั่นของช่วงนั้นด้วย จ่ายเงินผ่านบัตรเครดิตหรือ Paypal และใครที่ไม่มีบัตรเครดิตก็สามารถให้ PayPal ตัดเงินได้ผ่านทาง TrueMoney Wallet ซึ่งสามารถใช้เติมเงินผ่านทาง 7-11 ได้อีกทีหนึ่ง

สินค้าส่งเร็วพอสมควรทั้งที่มาจากต่างประเทศ ประมาณสัปดาห์เดียวก็ได้ของ (เร็วกว่าในไทยบางร้านเสียอีก) ตัวสินค้าใหม่เอี่ยมซีลมาอย่างดี ส่วนเรื่องโกงก็ไม่ต้องซีเรียสอะไรเพราะเว็บค่อนข้างใหญ่ บวกกับความคุ้มครองของ Paypal ที่ทำให้มั่นใจได้ทุกครั้งที่จ่ายเงิน

สำหรับรุ่นที่ผมสั่งเป็น Global Version หรือก็คือรุ่นที่ขายทั่วโลก (ไม่ใช่รุ่นที่ขายในจีน) ดังนั้นจึงมี Play Store รวมถึงภาษาไทยมาจากโรงงาน ไม่ต้องวุ่นวายปวดหัวอะไร ส่วนเครือข่ายก็ใช้เหมือนกันรองรับทั้ง AIS, Dtac, Truemove H รวมถึง LINE Mobile

แกะกล่องมาก็มีตัวเครื่อง, สายชาร์จ, และที่ชาร์จ (Xiaomi ไม่แถมหูฟังอยู่แล้ว)

สเปค Xiaomi Redmi Note 4

  • ระบบปฏิบัติการ Android 7.0 (Nougat) ครอบทับด้วย MIUI 8
  • หน้าจอ IPS ขนาด 5.5″ ความละเอียด Full HD (1920 x 1080)
  • หน่วยประมวลผล Qualcomm Snapdragon 625 (Octa-Core) 2.0 GHz
  • แรม 4 GB
  • รอม 64 GB รองรับ microSD หรือซิมการ์ด (เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง)
  • กล้องหลัง 13 MP พร้อมไฟแฟลชแบบ Dual-LED
  • กล้องหน้า 5 MP รูรับแสงกว้างสูงสุด F/2.0
  • รองรับสแกนลายนิ้วมือ
  • รองรับสองซิมการ์ด
  • รองรับวิทยุ FM
  • รีโมทคอนโทรลเครื่องใช้ไฟฟ้า
  • แบตเตอรี่ 4100 mAh รองรับ Fast Charge
  • ขนาด 151 x 76 x 8.5 มม.
  • น้ำหนัก 165 กรัม

ถึงแม้ว่าจะเป็นสมาร์ทโฟนราคาถูก แต่วัสดุตัวเครื่องไม่ถูกตาม ตัวเครื่องเป็นอลูมิเนียม Unibody โค้งรับกับอุ้งมือ พร้อมกับสแกนลายนิ้วมือที่ด้านหลัง ส่วนด้านหน้าเป็นกระจกโค้ง 2.5D เรียกได้ว่าสมบูรณ์ตามสมัยนิยม

น่าเสียดายนิดหน่อยตรงที่พอร์ตยังเป็น Micro USB แต่ตรงนี้บางคนก็มองเป็น “ข้อดี” เพราะง่ายต่อการหาอุปกรณ์เสริม ส่วนลำโพงจะอยู่ด้านขวาและไมโครโฟนตัดเสียงรบกวนจะอยู่ด้านซ้าย

ด้านบนเป็นช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. ที่พิเศษเข้ามากว่ารุ่นอื่นก็คือมี “รีโมทคอนโทรลเครื่องใช้ไฟฟ้า” ตรงนี้เราสามารถใช้ปรับแอร์, โทรทัศน์, เครื่องเล่น, ฯลฯ ได้มากมายหลากหลายยี่ห้อ ซื้อสมาร์ทโฟนเหมือนแถมรีโมท

ช่องใส่ซิมเป็นขนาด Micro SIM และ Nano SIM (หรือเลือกเป็น microSD) ข้อดีคือใช้งานได้สองซิมรองรับ 4G แต่หากใครจะใช้ซิมเดียวก็เพิ่มเป็น microSD เอาก็ได้เช่นกัน แต่ส่วนตัวผมเองชอบสองซิมเพราะประหยัดค่าเน็ตดี

ถึงแม้ว่าจะสั่งจาก GearBest แต่ก็ใช้งานภาษาไทยได้ตามปกติ เป็นเหมือนกับรอมศูนย์ทั่วไป สามารถติดตั้งแอปพลิเคชันผ่าน Play Store ไม่ยุ่งยากเหมือน “ร้านหิ้ว” บางร้านที่ซื้อเครื่องจีนแท้ ๆ ทำให้ไม่สามารถลงโปรแกรมเองได้

ข้อดีของ MIUI คือได้รับการอัปเดตบ่อย และเปิดเครื่องมาก็ได้ทันที

กล้องคุณภาพระดับกลาง ๆ สำหรับยุคนี้ แต่หากเทียบราคาก็ถือว่าไม่ขี้เหร่อะไร

MIUI 8

ความพิเศษของ MIUI ก็คือใช้งานง่ายคล้ายกับ iOS หน้าตาสีสันสดใส่สวยงาม มีเครื่องมือแถมมาให้พอสมควร และไม่ใส่ขยะมาให้เยอะจนเกินไป นอกจากนี้ยังมีความสามารถที่นอกเหนือจาก Android เพิ่มขึ้นมาให้อีกหลายอย่าง

  • แถบแจ้งเตือน (Notification Bar) แบบใหม่
  • สามารถตั้งรหัสหรือสแกนลายนิ้วมือให้กับแอปพลิเคชัน
  • โหมดประหยัดพลังงาน (Power Saving Mode) หยุดการทำงานทุกอย่าง
  • จำกัดการทำงานของแอปพลิเคชันเมื่อไม่ได้ใช้งาน
  • แบ่งหน้าจอใช้งาน (Multi-window)
  • เปิดสองแอปพลิเคชันในเครื่องเดียว (Clone App)
  • เปิดหลายผู้ใช้งานในเครื่องเดียว

ส่วนเรื่องของภาษาไทย Xiaomi แปลออกมาได้ค่อนข้างดี ถึงแม้จะไม่ทั้งหมด แต่ก็ครอบคลุมราว 90% ของการใช้งาน ส่วนใครถนัดภาษาอังกฤษจะสะดวกกว่า ภาษาจีนมีหลุดมาให้เห็นน้อยมากราว 1% เท่านั้นเอง สบายใจได้ครับ

การตั้งค่าใช้งานง่ายและปรับได้ค่อนข้างเยอะ

แรมขนาด 4GB แต่ตัวเครื่องใช้ไป 2.3GB (เหลืออีกประมาณครึ่งนึงให้ใช้งาน) ส่วนรอมขนาด 64GB หลังจากเปิดเครื่องมาก็เหลือให้ใช้งานประมาณ 54GB เพียงพอต่อการใช้งานทั่วไป แต่หากน้อยไปก็ยังมี microSD ให้เพิ่มอีก

ประสิทธิภาพ

ทดสอบประสิทธิภาพด้วย AnTuTu Benchmark ได้ประมาณ 60,000 คะแนน เพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไปและเล่นเกม และหากว่ากันด้วยหน่วยประมสลผล Snapdragon 625 มีประสิทธิภาพในการประหยัดพลังงานมากกว่า Snapdragon 650 ถึง 20% จากการใช้งานทั่วไปของผู้เขียนอยู่ได้ราว 1.5 วัน ใช้งานจริงแบตเตอรี่อยู่ได้เกินวันโดยไม่ต้องชาร์จแน่นอน

กล้องปรับแต่งได้ไม่เยอะมาก เน้นการใช้งาน Auto เป็นหลัก ประสิทธิภาพระดับกลาง ส่วนฟิลเตอร์ก็มีให้เลือกนิดหน่อย มีโหมดแต่งหน้าสำหรับเซลฟี่เอาใจสาว ๆ แต่ยังไม่เข้าขั้นขนาด Vivo, Oppo ที่แต่งได้เนียนกว่า ส่วนลูกเล่นกล้องมีพวกสแกน QR แล้วก็สแกนใบหน้าเพื่อระบุเพศและอายุ (สนุกดีต้องลองเอง!)

กล้อง

คุณภาพกล้องเกินราคา (5-6 พันบาท) แต่พูดอย่างไม่อวยคือยังห่างจากมาตรฐานหลักหมื่นในยุคนี้อยู่เยอะ หากสภาพแสงดีจะถ่ายออกมาได้สวยพอสมควร ไม่แนะนำสำหรับที่มืดเพราะ Noise เยอะเกินจะรับได้ ความเร็วโฟกัสระดับกลาง ๆ ไม่ไวเท่าไหร่นัก HDR ถ่ายแทบไม่ได้เลย แต่กล้องหน้ายังพอรับไหวอัปโหลดได้ไม่อายใคร

ข้อดี

  1. หน้าจอใหญ่ ได้กระจกจอโค้ง 2.5D
  2. แบตเตอรี่อึดใช้ได้เกือบสองวัน
  3. วัสดุหรูราคา งานประกอบดีเยี่ยม
  4. รองรับสองซิม เพิ่มเมมได้
  5. เครื่องไม่ร้อน แม้เล่นเกมหนัก

ข้อเสีย

  1. ถ่ายในที่แสงน้อยยังไม่ค่อยดีเท่าไหร่
  2. ความเร็วชัตเตอร์ต่ำ
  3. ไม่แถมหูฟัง

สรุป

เรื่องแบรนด์ยอมรับว่าบางคนอาจไม่ค่อยรู้จักเหมือนกับ Vivo, Oppo, Wiko ในบ้านเรา แต่ถ้าถามคนในวงการไอที 99% จะรู้จักแบรนด์นี้เป็นอย่างดี Xiaomi Redmi Note 4 เป็นสมาร์ทโฟนราคาประหยัดอีกรุ่น ที่ให้ทุกอย่างมาครบเครื่อง เพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไปและเล่นเกม แถมแบตเตอรี่อึดใช้งานได้เกินวันแน่นอน สั่งซื้อได้ที่นี่