หลังจากวีโว่เปิดตัว V Series กันมาหลายรุ่นจนถึงรุ่นถูกสุดอย่าง Vivo V20 SE ที่มีราคาเพียง 8,699 บาท และก็ถึงคิวของ Y Series โดยประเดิมกันที่ Vivo Y12s ราคา 4,299 บาท เหมาะกับซื้อให้ลูกให้หลานใช้งาน หรือจะเป็นผู้สูงอายุที่ไม่ได้ต้องการเทคโนโลยีอะไรมาก แค่เพียงพอสำหรับการส่ง LINE และใช้งานแอปพลิเคชันพื้นฐานทั่วไป ด้วยจุดเด่นที่หน้าจอขนาดใหญ่ แบตเตอรี่อึดความจุ 5000 mAh แถมยังมีกล้องหลังเป็น AI Dual Camera ให้ด้วย

Vivo Y12s

ชื่อก็บอกอยู่ว่าเป็นรุ่น Y12s เพิ่มเติมมาจากรุ่น Y12 ของปีที่แล้ว (2019) แต่ช่วงราคาก็ยังอยู่ที่ไม่เกิน 5,000 บาท มีการปรับสเปกเพิ่มเติมให้เล็กน้อยตามสมัยนิยม แต่ก็ยังคงยืนสเปกเดิมที่เป็น RAM 3 GB + ROM 32 GB ส่วนขนาดหน้าจอก็เพิ่มเป็น 6.51″ (ใหญ่กว่าเดิม) ความละเอียดเพียงพอสำหรับการใช้งาน HD+ สามารถใช้ตอบแชท เล่นเกม ดูวิดีโอได้อย่างไม่ต้องเพ่ง ส่วนเรื่องดีไซน์ตัวเครื่องก็มาแบบเรียบง่าย ไม่หวือหวาโดดเด่นจนทำให้ผู้ใหญ่รู้สึกว่าใช้งานแล้วมันอึดอัด

อุปกรณ์ภายในกล่องมีเคสใสแถมมาให้ (ขออภัยที่ไม่ได้ถ่ายรูปมาให้ดู) นอกจากนี้ก็มีสายชาร์จ Micro USB และอะแดปเตอร์แบบธรรมดา (ไม่รองรับชาร์จเร็ว) แล้วก็ภายในจะไม่มีชุดหูฟังแถมมาให้ เนื่องจากต้องการทำราคาให้ถูกที่สุดจนทุกคนเอื้อมถึงได้นั่นเอง ส่วนเรื่องฟิล์มกันรอยก็ไม่ต้องเป็นห่วง เพราะไม่ต้องไปหาซื้อเพิมเติมที่ไหน วีโว่ติดมาให้สำเร็จจากโรงงานเลย จ่ายเงินซื้อเครื่องเสร็จพร้อมใช้งานไม่ต้องซื้ออะไรเพิ่มเติมอีกแล้ว (ยกเว้นแค่หูฟัง) เปิดเครื่องมาก็พร้อมที่จะใช้งานทันที

สเปกและคุณสมบัติ

  • ระบบปฏิบัติการ Android 10 (ครอบทับด้วย Funtouch OS 11)
  • หน้าจอ IPS ขนาด 6.51″ (ความละเอียด 720 x 1600 พิกเซล)
  • หน่วยประมวลผล Mediatek Helio P35 Octa Core
  • แรม 3 GB
  • รอม 32 GB (รองรับ microSD)
  • กล้องหลังแบบ 2 เลนส์ พร้อมไฟแฟลช LED
    • กล้องหลัก 13 MP (F/2.2)
    • กล้องโบเก้ 2 MP (F/2.4)
  • กล้องหน้า 8 MP (F/1.8)
  • รองรับสองซิม (สามารถเพิ่ม microSD แยกต่างหาก)
  • ระบบสแกนลายนิ้วมือด้านข้างหน้าจอ
  • แบตเตอรี่ 5000 mAh
  • ขนาด 164.41 × 76.32 × 8.41 มม.
  • น้ำหนัก 191 กรัม

ตัวเครื่องโค้ง 2.5D สีสันสวยสะดุดตา มีให้เลือกทั้งหมด 2 สี คือ Glacier Blue ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากภูเขาน้ำแข็งแอนตาร์กติกที่อยู่ภายใต้ดวงอาทิตย์ สีฟ้าอ่อนที่ดูสดชื่นและเปล่งประกายแวววาว เต็มไปด้วยความรู้สึกที่สดชื่น และความอบอุ่นของแสงอาทิตย์ที่โรแมนติกและ Phantom Black (ตัวที่รีวิว) ได้รับแรงบันดาลใจการออกแบบจากความคลาสสิกของหินโมราสีดำ ผสมผสานกับสีน้ำเงินเข้มเข้าด้วยกัน ผิวสัมผัสเหมือนอัญมณีที่สง่างาม ในส่วนวัสดุของตัวเครื่องนั้นทำจากพลาสติก

ไม่ทราบสัดส่วนมากนักว่าคนส่วนใหญ่ชอบอะไร แต่ส่วนตัวผู้เขียนชอบการเชื่อมต่อแบบ USB-C มากกว่า (เนื่องด้วยอุปกรณ์ที่มีอยู่ในบ้าน) แต่ในกลุ่มลูกค้า Vivo Y12s ที่ชื่นชอบความคุ้มค่า สามารถใช้กับอุปกรณ์เก่าได้อย่างไม่มีปัญหา Micro USB ก็ถือว่าตอบโจทย์ในด้านการใช้งาน แต่ที่เห็นตรงกันก็คือเรื่องของหูฟัง 3.5 มม. ยังไงสมาร์ตโฟนระดับเริ่มต้นก็ควรมี เพื่อที่จะสามารถใช้งานร่วมกับหูฟังส่วนใหญ่บนโลกใบนี้ได้อย่างไม่ต้องแปลง สุดท้ายงานประกอบตัวเครื่องก็ทำออกมาได้เรียบร้อยดี

เรียกได้เต็มปากว่า Vivo V12s เป็นสมาร์ตโฟนรุ่นเริ่มต้นสำหรับทุกคน ตัดทุกสิ่งที่ไม่จำเป็นออกไปให้เหลือเพียงแค่แก่นของการใช้งานเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของขนาดหรือน้ำหนักที่ทำได้อย่างลงตัว สามารถใช้งานในชีวิตประจำวันแบบไม่ต้องถนอมอะไรมาก และถึงแม้ว่าจะไม่ได้มีสเปกแรงระดับรุ่น TOP แต่การปรับแต่ง Software ของทางวีโว่เองก็ทำได้ดี เวลาใช้งานลื่นสัมผัสติดนิ้วไม่มีหน่วงจนทำให้โมโห แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันไม่ได้เหมาะกับการเล่นเกมอะไรหนัก ๆ สักเท่าไหร่

ความบางของตัวเครื่องอยู่ในระดับสมัยนิยม 8.41 มม. เรียกว่าไม่บางมากแต่ก็ไม่หนาเทอะทะ แต่หากใครอยากได้บางเฉียบแนะนำให้ไป Vivo V20 (7.39 มม.) จะตอบโจทย์การใช้งานมากกว่า (แลกกับราคาที่สูงขึ้น) ส่วนแบตเตอรี่นั้นมีขนาด 5000 mAh ไม่แพ้รุ่นราคาหลักหมื่นในท้องตลอด และว่ากันตามตรงคือวีโว่ให้ปริมาณแบตเตอรี่จัดเต็มกว่าด้วยซ้ำ บวกกับชิปประมวลผล Mediatek Helio P35 และหน้าจอ HD+ ยิ่งทำให้ระยะเวลาการใช้งานยาวนานขึ้นไปอีก ไม่ต้องง้อแบตสำรอง

และถึงแม้ว่าจะเป็นรุ่นประหยัดของวีโว่ แต่ก็ยังคงจัดหน้าจอ Halo FullView Display ที่มอบประสบการณ์เล่นเกมหรือดูวิดีโอได้อย่างเหนือชั้น สร้างมุมมองที่กว้างและสมจริงด้วยขนาด 6.51″ ความคมชัด HD+ มีคุณสมบัติกรองแสงสีฟ้าที่เป็นอันตรายต่อดวงตา ส่วนคนที่ไม่ชอบหน้าจอโค้งเพราะเล่นเกมไม่ถนัด ข่าวดีก็คือ Vivo Y12s มีหน้าจอโค้งแบบ 2.5D แต่แทบจะสัมผัสไม่ได้ถึงความโค้งเลย ออกแนวกระจกแบนเรียบมากกว่า ง่ายต่อการใช้งานและควบคุมเครื่องสำหรับผู้ที่ชอบเล่นเกม

หลายคนคิดว่ารุ่นถูกกล้องมีก็เหมือนไม่มี แต่นั่นไม่ใช่กับวีโว่ผู้นำเรื่องการเซลฟี่ ที่มีกล้องหน้าที่ดีที่สุดเมื่อเทียบกับคู่แข่งในช่วงราคาเดียวกัน โดยในรุ่นนี้มาพร้อมกับกล้องหน้า 8 MP (F/1.8) ความละเอียดมาตรฐานเพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไป (เดี๋ยวดูตัวอย่างรูปด้านล่างอีกที) การใช้งานเหมาะกับเด็กหรือผู้ใหญ่ที่ไม่ต้องการอะไรซับซ้อน แต่ก็ยังคงมี Beauty Mode ให้สามารถได้ปรับโทนผิวสีและผิดนวล หรือจะปรับโบโก้ด้วย AI ให้ละลายฉากหลังก็สามารถทำได้ด้วยเช่นกัน

พูดเรื่องกล้องหน้าแล้วไม่พูดกล้องหลังคงจะแปลกไปสักนิด ในส่วนของกล้องหลังเป็น AI Dual Camera ประกอบด้วยเลนส์กล้องหลัก 13 MP (F/2.2) + กล้องโบเก้ 2 MP (F/2.4) และก่อนรีวิวผู้เขียนเองก็ไม่ได้คาดหวังในเรื่องคุณภาพอะไรมาก เพราะด้วยราคาไม่เกิน 5,000 บาท จะให้ได้คุณภาพดีเลิศเหมือนเครื่องหลักหมื่นคงเป็นไปไม่ได้ แต่ผลที่ได้คือกล้องมีคุณภาพสูงเกินตัว สามารถรับแสงและมีความเร็วชัตเตอร์ที่ถ่ายได้แบบไม่เบลอ โฟกัสด้วยความเร็วที่ความเร็วที่ถ่ายได้ไม่อึดอัด

หน้าจอถึงแม้ว่าจะเป็น 2.5D แต่ก็ไม่ได้จอโค้งอะไรมากเลย โค้งเหลื่อมเล็ก ๆ บริเวณมุมเพียงครึ่ง มม. แค่สำหรับใช้ลบขอบมุมทุกด้านไม่ให้ระคายนิ้ว อย่างที่บอกคือขนาดหน้าจอ 6.51″ กับราคานี้ก็จัดเต็มแล้ว ยังให้มาเป็นหน้าจอ IPS ที่สามารถสู้แสงภายนอกได้อยู่บ้าง ส่วนความละเอียด HD+ เป็นข้อดีอย่างหนึ่งคือทำให้การประมวลผลรวดเร็วกว่า (เมื่อเทียบกับจอ FHD+ ในสเปกเดียวกัน) อีกทั้งยังช่วยให้ประหยัดแบตเตอรี่มากกว่า สีสันของหน้าจอก็ถือว่าจัดจ้านพอตัวหากเทียบคู่แข่ง

สแกนลายนิ้วมือ 0.23 วินาที

Vivo Y12s มาพร้อมกับระบบสแกนใบหน้าแบบ 2D มีฟังก์ชันจดจำใบหน้าด้วย Face Wake ที่จะปลดล็อกโทรศัพท์ของคุณทันที เมื่อคุณหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาสแกนใบหน้าเพื่อปลดล็อกหน้าจอ ให้การปลดล็อกของคุณสะดวกสบายและง่ายดายมากยิ่งขึ้น แต่หากไม่เพียงพอก็ยังสามารถสแกนนิ้วปลดล็อกด้านข้างเพียงแค่ 0.23 วินาที ลักษณะของปุ่มสแกนนิ้วด้านข้างและปุ่มเปิดปิดเป็นแบบ 2-in-1 ทำได้ทั้งสองอย่างในขึ้นตอนเดียว ส่วนตัวชอบมากกว่าการสแกนนิ้วมือแบบด้านหลังเครื่อง

ลูกเล่นกล้องถ่ายสนุก

ไม่ต้องน้อยใจไปว่าไม่มีกล้องมุมกว้าง มาโคร หรือเลนส์ซูม และถึงแม้ว่าลูกเล่นกล้องจะไม่เยอะเหมือนรุ่นพี่ แต่ก็ใช่ว่าวีโว่จะใจร้ายไม่ใส่อะไรมาให้เลย สำหรับคนที่ถ่ายรูปไม่เก่งเพียงแค่มีสมาร์ตโฟนวีโว่ ก็จะได้ท่าทางสำหรับถ่ายรูปแถมมาให้มากมาย (ทั้งในส่วนของกล้องหลังและเซลฟี่) แถมยังสามารถปรับผิวนวลและโทนสีผิวได้อีกเล็กน้อย แต่หากใครอยากได้ปรับตาปรับโครงหน้าหรืออื่น ๆ อย่างละเอียดต้องซื้อรุ่น V Series หรือสูงกว่า แต่หากเทียบกับราคาเพียงเท่านี้ก็ถือว่าสมเหตุสมผลแล้ว

ภาพจากกล้องหลัง

เนื่องจากล้องที่มีเพียงเลนส์ปกติและโบเก้ (Bokeh) ภาพด้านบนเป็นรีวิวจากกล้องระยะปกติในโหมดถ่ายภาพแบบอัตโนมัติ ไม่ได้ผ่านการตกแต่งใด ๆ เพิ่มเติมยกเว้นแต่การย่อขนาดไฟล์ลงมา เพื่อให้สามารถกดดูบนเว็บไซต์ได้แบบไม่ช้ามากนัก การถ่ายเป็นแบบจบหลังกล้องไม่มีการแต่งเติมใด ๆ ส่วนภาพอีกชุดก็ถ่ายแบบเปิดโหมดโบเก้ ซึ่งเป็นโหมดที่อยู่ในกล่องถ่ายรูป สามารถเบลอพื้นหลังได้เนียนประมาณเกือบทั้งหมด โดยรวมแล้วทำได้คุณภาพดีเกินตัวสำหรับมือถือราคาไม่เกิน 5,000 บาท

ภาพจากกล้องหน้า

ดูภาพจากกล้องหลังเสร็จมาดูกล้องหน้ากันบ้าง ในฐานะของเบอร์อันดับต้นของวงการในเรื่องเซลฟี่กันบ้าง กล้องหน้าความละเอียด 8 MP (F/1.8) เป็นกล้องเดี่ยวไม่มีเลนส์มุมกว้าง แต่ถึงอย่างไรก็ยังสามารถปรับเบลอพื้นหลัง (Bokeh) ได้ด้วยพลังของ AI เพียงแต่จะไม่เนียนเท่ากับกล้องหลังที่มีเลนส์เฉพาะทาง การให้พื้นผิวเนียนเป็นธรรมชาติ สามารถปรับแต่งใบหน้าสวยได้เล็กน้อย (โทนสีผิว/ผิวนวล) การถ่ายรูปอาจต้องพึ่งพาแสงสว่างธรรมชาติเล็กน้อย เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีมากยิ่งขึ้น

นอกเหนือจากคุณสมบัติด้าน Hardware ที่มองเห็นได้จากสเปกที่ได้ Vivo Y12s ก็ยังมีเด่นในเรื่องของ Software ที่ช่วยเพิ่มความคุ้มค่าให้กับผู้ใช้งานมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ AI Albums Memories ช่วยจัดการภาพถ่ายตามเวลา สถานที่ และเหตุการณ์อัตโนมัติ และด้านเกมอย่าง Multi-Turbo 3.0 ที่เพิ่มประสิทธิภาพการเล่นเกมให้ดียิ่งขึ้น ลดปัญหาการหยุดชะงักและความล่าช้าอย่างมีประสิทธิภาพ จัดสรรการประมวลผลของระบบและหน่วยความจำอย่างชาญฉลาด

ข้อดี

  1. หน้าจอขนาดใหญ่ 6.51″
  2. แบตเตอรี่อึด 5000 mAh
  3. สแกนลายนิ้วมือด้านข้างจอ
  4. รองรับหูฟัง 3.5 มม.
  5. สามารถเพิ่ม microSD

ข้อเสีย

  1. ไม่มีหูฟังแถมมาให้
  2. พอร์ตชาร์จยังเป็น Micro USB

สรุป

สมาร์ตโฟนสุดคุ้มสำหรับผู้เริ่มต้น Vivo Y12s ราคา 4,299 บาท ออกแบบมาเพื่อให้เป็นเจ้าของวีโว่เครื่องแรก เหมาะกับเด็กนักเรียนที่ยังไม่มีรายได้ หรือสำหรับผู้ที่ไม่ต้องการใช้งานอะไรซับซ้อนไปมากกว่าการใช้งานพื้นฐาน สามารถติดตั้งแอปพลิเคชันพื้นฐานได้ตามสมัยนิยม ใช้งานจริงยังไม่รู้สึกว่ามันช้าเกินกว่าจะใช้งาน กล้องคุณภาพเพียงพอสำหรับ Social Network และยังได้หน้าจอใหญ่ พร้อมแบตเตอรี่อึดเพียงพอสำหรับการใช้งานข้ามวันข้ามคืน ใส่สองซิมและยังเพิ่มเมมได้ คุ้มครับ!

หมายเหตุ – บทความนี้เป็น Advertorial