fbpx
Review Mobile

รีวิว Vivo V20 SE มือถือบางเบา สุดหรูในราคา 8,699 บาท

V20 SE น้องเล็กคนล่าสุดในตระกูล V20 เอาใจคนชอบความคุ้มค่า

273

เปิดตัวขายราคาไม่ถึงหมื่นกับ Vivo V20 SE หลังจากเปิดตัวรุ่น V20 Pro และ V20 ที่มีราคาหมื่นกว่าบาทกันไปแล้ว แต่ก็ยังมีซอยรุ่นน้องเล็กมาอีกรุ่นหนึ่ง เพื่อเจาะกลุ่มตลาดคนที่ชอบมือถือบางเบา ถือแล้วดูหรูหราไม่อายใครด้วยราคาไม่เกินหมื่นบาท โดยในครั้งนี้ทางวีโว่เปิดราคาแบบถูกแสนถูกเพียงแค่ 8,699 บาท ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าจะมาอยู่ใน V20 Series ได้ด้วยราคาเท่านี้กับแต่ได้กล้องหลัง 48 MP AI Triple Camera ระบบชาร์จเร็ว 33W และแบตเตอรี่ขนาด 4100 mAh

Vivo V20 SE
Vivo V20 SE

Vivo V20 SE

ราคาเปิดตัว Vivo V20 SE อยู่ที่ 8,699 บาท ถือว่าจัดกลุ่มอยู่ในมือถือราคาถูกได้เลย เพราะมีราคาไม่ถึง 10,000 บาท เหมาะกับนักเรียนหรือนักศึกษาที่ยังรายได้ไม่มากนัก แต่ตรงข้ามด้วยภาพลักษณ์และการออกแบบยังคงความเป็น V20 Series ทำให้ดูมีมูลค่าสูงกว่าราคาจริง ส่วนกล้องอันเลื่องชื่อของวีโว่เป็นที่ยอมรับกันว่า “ดีที่สุด” หากเทียบในช่วงราคาเดียวกันไม่แพ้คู่แข่งเลย และในส่วนของสเปกยังมีการจัดเต็มให้ทั้ง RAM 8 GB และ ROM 128 GB มาให้ใช้งานกันเป็นพื้นฐาน

แกะกล่อง

ในยุคสมัยที่ใครต่อใครต่างพยายามลดต้นทุนกัน ตั้งแต่ไม่แถมหูฟังหรือหนักสุดก็ไม่แพงยันอะแดปเตอร์ แต่สำหรับ Vivo V20 SE ที่ราคาถูกไม่ถึงหมื่น แต่กลับจัดเต็มให้เหมือนเดิมตั้งแต่หูฟัง, อะแดปเตอร์ 33W (FlashCharge 2.0), สายชาร์จ USB-C และมากกว่านั้นคือยังคงแถมเคสซิลิโคน นอกจากนี้ยังมีการติดฟิล์มกันรอยให้จากโรงงานอีกด้วย ผู้ใช้งานจ่ายเงินซื้อเสร็จใช้ได้เลย ไม่ต้องไปซื้ออุปกรณ์เสริมอะไรอีก และนี่ยังคงเป็นอีกหนึ่งความคุ้มค่า ที่ทางวีโว่มอบให้กับลูกค้าโดยเสมอมา

ตัวเครื่องผ่านนักออกแบบระดับโลก โดยได้รับแรงบันดาลใจจากจักรวาลและความสง่างามของธรรมชาติ มีขายด้วยกันทั้งหมดสองสีคือ

  • Gravity Black : การไล่ระดับสีดำเข้มที่ดูหรูหรา ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ให้ความรู้สึกราวกับถูกดึงดูดด้วยแรงโน้มถ่วง นำพาคุณก้าวเข้าสู่เวลาของห้วงอวกาศอีกครั้ง
  • Oxygen Blue : สีฟ้าอ่อนสดใส ที่ได้แรงบันดาลใจจากท้องฟ้า ราวกับออกซิเจนเหลวบริสุทธิ์ เปล่งประกายความสว่าง และความสงบอย่างมั่นคง

สำหรับเครื่องที่รีวิวจะเป็นสีฟ้า (Oxygen Blue) ซึ่งผู้รีวิวก็ชื่นชอบเป็นพิเศษ เพราะเป็นการไล่สีที่สวยงามดูแล้วไม่ให้ความรู้สึกเบื่อ

สเปกและคุณสมบัติ

  • ระบบปฏิบัติการ Android 10 (ครอบทับด้วย Funtouch OS 11)
  • หน้าจอ AMOLED ขนาด 6.44″ (ความละเอียด 2400 x 1080 พิกเซล)
  • หน่วยประมวลผล Qualcomm Snapdragon 665 (SD665)
  • แรม 8 GB
  • รอม 128 GB (รองรับ microSD)
  • กล้องหลังแบบ 3 เลนส์ พร้อมไฟแฟลช LED แบบ Dual Tone
    • กล้องหลัก 48 MP (F/1.8)
    • กล้องมุมกว้างและมาโคร 8 MP (F/2.2)
    • กล้องโบเก้ 2 MP (F/2.4)
  • กล้องหน้า 32 MP (F/2.0)
  • รองรับสองซิม (สามารถเพิ่ม microSD แยกต่างหาก)
  • ระบบสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอ
  • แบตเตอรี่ 4,100 mAh รองรับ FlashCharge (33W)
  • ขนาด 161.3 x 74.08 x 7.83 มม.
  • น้ำหนัก 171 กรัม

ในส่วนของดีไซน์ถึงแม้ว่าจะอยู่ใน V20 Series แต่ว่า Vivo V20 SE มีความแตกต่างจาก V20 Pro และ V20 อยู่หลายจุดพอสมควร โดยเฉพาะในส่วนของกล้องหลังที่ไม่ได้มีการไล่ระดับแบบ Dual Tone Step แต่ถึงอย่างไรความเป็นเอกลักษณ์ของวีโว่ก็ยังชัดเจนอยู่ และหากเทียบกับช่วงราคาเดียวกัน V20 SE ทำได้ดูดีกว่าหลายแบรนด์ ส่วนความหนาของตัวเครื่องอยู่ที่ 7.83 มม. หากเทียบกับรุ่นพี่ทั้งสองเครื่องแล้ว V20 SE จะหนากว่าเล็กน้อย ในขณะที่ตัวเครื่องมีน้ำหนักเท่ากัน

ตัวเครื่องฝาหลังทำจากพลาสติก แต่จับแล้วให้ความรู้สึกด้าน ดูดีมีราคามากกว่าพลาสติกทั่วไป อีกทั้งยังไม่เป็นรอยนิ้วมือตอนใช้งาน สามารถเช็ดล้างทำความสะอาดได้ง่าย (แต่ต้องระวังหน่อยเพราะเครื่องไม่ได้กันน้ำ) ความโค้งของฝาหลังเลียนแบบกระจก 3D แต่กรณีนี้เป็นพลาสติกแบบโค้งก็ให้อารมณ์ไม่แตกต่างกัน เวลาใช้งานสามารถโค้งรับกับอุ้งมือได้เป็นอย่างดี ถือแล้วเครื่องไม่หนาเทอะทะ อีกทั้งยังมีน้ำหนักเบาทำให้สามารถถือใช้งานมือเดียว ได้เป็นระยะเวลานานโดยไม่เมื่อยมือ

กล้องหลังเป็นแบบสามเลนส์ 48 MP AI Triple Camera ความละเอียดน้อยกว่าสองรุ่นพี่ที่เป็น 64 MP แต่ส่วนตัวผู้เขียนเชื่อว่าความละเอียดนี้ยังไงก็เพียงพอ เว้นเสียแต่ว่าต้องการถ่ายรูปเพื่อเอาไป Crop เฉพาะจุด และถึงแม้ว่าจะมีเพียงสามเลนส์แต่ก็ใช้ได้ครบเครื่องทั้งซูม (48 MP + Crop), ถ่ายมุมกว้าง + ถ่ายมาโคร (ในเลนส์เดียว), และยังถ่ายละลายหลังเนียนขึ้นด้วยเลนส์โบเก้ ส่วนตัวเลนส์จะมีการนูนขึ้นมามากกว่าตัวเคสเล็กน้อย ซึ่งตรงจุดนี้เองก็สามารถแก้ไขได้ด้วยการใส่เคส

รุ่นนี้รองรับ 4G ทั้งสองซิม โดยถาดซิมการ์ดเป็นแบบ 3 ช่อง แบ่งออกเป็นช่อง SIM1, SIM2 และการ์ดหน่วยความจำแบบ microSD (ไม่ต้องแชร์ช่องใส่ซิม) และนับว่าหาได้ยากมากกับมือถือปัจจุบันที่ยังคงเพิ่ม microSD ได้ด้วยตัวเอง นับว่าเป็นความคุ้มค่าอีกประการหนึ่ง เท่านั้นยังไม่พอคือรุ่นนี้ยังคงไว้ซึ่งช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. สามารถเอาหูฟังโปรดอันเก่ามาเสียบใช้งานได้เลยไม่ต้องซื้อใหม่ ส่วนการชาร์จวีโว่ก็ได้พัฒนาเปลี่ยนจาก Micro USB มาเป็นพอร์ต USB-C ตามสมัยนิยม

หน้าจอก็เป็นอีกหนึ่งส่วนที่สำคัญ เราแทบจะหาหน้าจอ AMOLED ไม่ได้แล้วกับมือถือราคาไม่เกินหมื่น แต่ว่าทางวีโว่จัดเต็มให้ด้วยหน้าจอขนาด 6.44″ ความละเอียด Full HD (1080P) ความอิ่มตัวของสี 103% NTSC พร้อมค่าคอนทราสต์ 2000000:1 และมีรอยบากกล้องขนาดเล็ก Halo FullView Display ให้พื้นที่การแสดงผลสูงถึง 90.12% เหมาะสำหรับคนที่ซีเรียสเรื่องความสวยงามของหน้าจอ เวลาเอาไปดูหนังหรือเล่นจะได้ภาพสีสดสมจริง ให้จุดสว่างสุดและดำสนิท

ดีไซน์และการออกแบบ

การออกแบบของ Vivo V20 SE เน้นไปที่ความบางเบา ซึ่งถึงแม้ว่าจะแม้ว่าจะไม่เท่ากับรุ่นพี่ทั้งสอง (7.39 มม.) แต่ความหนาโดยรวมก็อยู่เพียงแค่ 7.83 มม. พกพาสะดวกด้วยดีไซน์โค้งมนแบบ 3D สามารถจับได้อย่างถนัดมือ และน้ำหนักอยู่เพียงแค่ 171 กรัม ผ่านการออกแบบด้วยนักออกแบบระดับโลก ออกมาเป็นสีสองสีด้วยกันคือ Gravity Black และ Oxygen Blue (ตัวที่รีวิว) ที่มาจากสีฟ้าอ่อนสดใสของท้องฟ้า ราวกับออกซิเจนเหลวบริสุทธิ์ เปล่งประกายความสว่างและความสงบนั่นเอง

ด้วยราคาเครื่องที่ไม่สูงนัก ทำให้วัสดุการออกแบบมีข้อจำกัด และหากมองด้วยสายตาแทบไม่เชื่อเลยว่าฝาหลังเป็นพลาสติก การออกแบบของวีโว่ทำออกมาได้เกินราคามาก ดูแล้วคล้ายกับกระจกที่สามารถเปลี่ยนสีได้ตามแสงที่สะท้อน ทำให้ดูแล้วมีราคาค่าตัวมากกว่าที่เป็นอยู่ บวกกับเลนส์กล้องทั้งสามเลนส์ที่วางเป็นเอกลักษณ์ มองเห็นจากไหนก็รู้เลยว่าเป็นวีโว่ตระกูล V Series เหมาะกับนักเรียนนักศึกษา (โดยเฉพาะผู้หญิง) ที่ต้องการมือถือราคาไม่สูงมาก แต่ก็ยังอยากได้ภาพลักษณ์ที่ดูดี

V20 Pro, V20 และ V20 SE เลือกรุ่นไหนดี ?

ด้วยชื่อรุ่นที่คล้ายกัน ทำให้คนอาจคิดว่าวีโว่ออกรุ่นใหม่บ่อย ทำให้เครื่องตกรุ่นเร็ว แต่ความจริงแล้วทั้งสามรุ่นนี้ถึงแม้ว่าจะเป็น V20 Series เหมือนกันแต่มีช่วงราคา และกลุ่มเป้าหมายที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง หากคุณต้องการใช้ 5G เราขอแนะนำ V20 Pro (14,999 บาท) แต่ถ้าไม่ต้องการซื้อเพียงแค่ V20 (11,999 บาท) ก็เพียงพอแล้วครับ แต่หากด้วยงบประมาณยังไงก็ไม่เกินหมื่นเราขอแนะนำ V20 SE (8,999 บาท) ที่มีราคาย่อมเยาลงมาอีก แต่ยังให้อารมณ์และฟีเจอร์ที่คล้ายกัน

เหตุผลหลัก (โดยเฉพาะสาว ๆ) ที่เลือกวีโว่เพราะมีกล้องหน้าที่สวยเนียน ถ่ายเสร็จแล้วไม่ต้องไปแต่งที่ไหน ให้ความงามที่เป็นธรรมชาติ หน้าไม่ลอยโดดและไม่ขาวซีด แต่เป็นการปรับแต่งด้วย AI พอเหมาะพอควรดูแล้วไม่หลอกตา และให้ความสวยที่เป็นธรรมชาติในขณะที่ไม่หนีจากตัวเราเกินไป ส่วนความละเอียด V20 SE ก็จัดเต็มให้มา 32 MP แถมยังรองรับการถ่ายเซลฟี่ตอนกลางคืน Super Night Selfie ซึ่งน้อยรุ่นนักที่จะมีคุณสมบัตินี้แถมมาให้ และก็ยังมี Selfie Softlight Band

หน้าจอ AMOLED สีสันสมจริง

ในขณะที่แบรนด์อื่นยังคงหวงหน้าจอให้มาแค่ LED แต่สำหรับวีโว่ถึงจะเป็นรุ่นประหยัด แต่ก็มาแบบไม่กั๊กด้วยหน้าจอ AMOLED Halo FullView Display ขนาดใหญ่ 6.44″ ความละเอียด Full HD ให้สัดส่วนต่อพื้นที่หน้าจอสูงถึง 90.12% ให้ความอิ่มตัวของสี 103% NTSC มีอัตราคอนทราสต์ 2000000 : 1 ให้สีที่สมจริงและเป็นธรรมชาติ เหมาะสำหรับคนที่ชอบดูซีรีส์หรือชอบเล่นเกมเป็นพิเศษ และที่สำคัญคือหน้าจอสู้แสงเป็นอย่างดี สามารถใช้งานในที่กลางแจ้งได้อย่างไม่มีปัญหา

ส่วนระบบปฏิบัติการเป็น Android 10 (ครอบทับด้วย Funtouch OS 11) อันนี้แอบเสียดายเล็กน้อยเพราะต้องรอการอัปเดตเป็น Android 11 ภายหลัง การใช้งานก็เรียบง่ายตามภาษาวีโว่ทั่วไป ด้วยการออกแบบไอคอนลักษณะทรงกลมเป็นหลัก มีการเรียกใช้งานการตั้งค่าได้จากการปาดนิ้วจากบนลงล่าง มีเครื่องมืออำนวยความสะดวกและแอปพลิเคชันพ่วงมาให้เล็กน้อย ก็เรียกได้ว่าเปิดเครื่องมาพร้อมใช้งานได้เลย หากใครไม่ชอบก็สามารถลบทิ้งได้ หรือจะโหลดเพิ่มเติมอะไรก็ว่ากันอีกที

ด้วยราคาแล้วเข้าใจได้ว่าไม่รองรับ 5G แต่ก็สามารถใช้งาน 4G สองซิมได้ตามปกติ เท่านั้นยังไม่พอสามารถเพิ่มเมม microSD แยกได้โดยไม่ต้องแชร์ช่องใส่ซิม เป็นความคุ้มค่าอีกอย่างหนึ่งที่น่าสนใจ ส่วนพอร์ตชาร์จก็เปลี่ยนเป็น USB-C ตามสมัยนิยม ส่วนการสนทนาจะคมชัดเป็นพิเศษ (Dual Mic Noise Cancelling) สามารถตัดเสียงรบกวนด้วยอัลกอริทึม (AI) ลดเสียงรบกวนจากภายนอกที่เข้ามาแทรก ทำให้คู่สนทนาของเราสามารถรับฟังเสียงได้อย่างชัดเจน และไม่ต้องตะโกนคุยกัน

กล้องหน้าว่าดีแล้วแต่กล้องหลังดีกว่า มาพร้อมกับความละเอียดสูงสุด 48 MP สามารถถ่ายรูปได้ทั้งหมด 4 เลนส์ด้วยกัน (กล้องหลัก, กล้องมุมกว้าง + กล้องมาโคร, กล้องโบเก้) มีโหมดถ่ายรูปพิเศษ Super Night Mode หรือ Portrait สามารถจบด้วยการถ่ายหลังกล้อง ได้ภาพคุณภาพสูงราวกับการถ่ายจากมือถือหลักหมื่น และถ้าหากถ่ายมาแล้วต้องการไปรีทัชหรือครอปต่อ ก็สามารถทำได้ง่ายเพราะต้นฉบับที่มีความละเอียด 48 MP ช่วยให้การถ่ายรูปเป็นเรื่องสนุก อีกทั้งยังง่ายดายนั่นเอง

กล้องสวย ถ่ายสนุก มีลูกเล่นเยอะ

ในกล้องนอกจากการปรับเลือกเลนส์และโหมดถ่ายภาพ ยังสามารถปรับแต่งฟิลเตอร์ได้ตั้งแต่การถ่ายภาพ ไม่จำเป็นต้องดาวน์โหลดแอปพลิเคชันอื่นอีก และฟิลเตอร์ที่ทางวีโว่เตรียมมาให้มีเป็นสิบตัว (ทุกตัวล้วนใช้งานได้จริง) และก็มีเอฟเฟ็กซ์แสงภาพถ่ายบุคคลจำพวกไฟสตูดิโอ แตการถ่ายภาพที่ผู้เขียนรีวิวชอบมากที่สุดจะเป็นเรื่องของการถ่ายโบเก้มากกว่า เพราะว่า V20 SE สามารถแยกฉากหลังออกมาได้เนียนด้วยเลนส์พิเศษ และยังมีความสามารถจาก AI คอยช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ

การปรับกล้องหลัง 48 MP เป็นเลนส์หลักตัวเดียวกับ V20 ก็ถือว่าจูนออกมาได้ดีมาก ถ่ายออกมาให้ภาพคมชัด สีสันอยู่ในระดับไม่สดไม่ซีดเกินไป (ยกเว้นบางภาพที่ทาง AI ปรับแต่งให้เอง) สำหรับกล้องมุมกว้าง Ultra-Wide แม้จะมีความละเอียดลดลงมา แต่ก็ยังคงสามารถปรับ Auto-Focus ได้ในตัว ทำหน้าที่เป็นเลนส์ Macro ได้ชัดกว่ารุ่นอื่น แต่การถ่ายต้องเข้าใจกล้องนิดนึงที่รูรับแสงไม่กว้างมาก ควรถ่ายในที่มีแสงเยอะหน่อย ถ้าเป็นกลางคืนต้องใช้กล้องหลักเท่านั้นถึงเอาอยู่

กล้องมุมกว้าง
กล้องมุมกว้าง
กล้องมุมกว้าง

กล้องจะดีหรือไม่ดีถ่ายแค่กลางวันอย่างเดียวไม่พอ แต่ต้องสามารถถ่ายในสภาวะแสงน้อยได้ทุกสถานการณ์ V20 SE มีโหมดถ่ายโดยเฉพาะอย่าง Super Night Selfie และ Selfie Softlight Band ที่นอกจากการถ่ายกลางคืนให้ AI จัดการสภาพแสงให้เหมาะสม ยังมีตัวช่วยเป็นไฟแฟลชจากหน้าจอ ช่วยให้ภาพที่ออกมามีความคมชัด นิ่งไม่สั่นจากการเปิดรูรับแสงทิ้งไว้ระยะเวลานาน และที่สำคัญสุดเลยทำให้หน้าเราสว่างขาวใส ไม่สว่างแบบวอกหรือดูหน้ามันแบบแฟลชทั่วไป

Super Night Mode
Super Night Mode
Super Night Mode

แม้ว่าจะมี 3 เลนส์ แต่ก็มีเลนส์ที่อเนกประสงค์ถ่ายได้ครบเกือบทุกระยะ ไม่ว่าจะเป็นถ่ายแบบซูดิจิทัล การถ่ายภาพมุมกว้าง (ไม่มีในกล้องหน้า) หรือจะเป็นการถ่ายระยะใกล้แบบมาโคร มีเลนส์โบเก้ที่ละลายฉากหลังได้สมจริง สามารถปรับแต่งฟิลเตอร์และปรับแต่งหน้าเนียนได้ตั้งแต่ในกล้องเลย ส่วนคุณสมบัติลูกเล่นเพิ่มเติมที่ไม่ได้พูดถึงในรีวิวก็มีอีกมากมาย เช่น Panorama, Live Photo, Slow-mo, Time-lapse, AR Sticker, ฯลฯ ลูกเล่นเยอะถ่ายรูปเล่นกันเป็นปียังไงก็ไม่มีเบื่อ

ประสิทธิภาพเครื่อง

หน่วยประมวลผลเป็น Qualcomm Snapdragon 665 เป็นชิประดับกลางที่ถึงจะไม่แรงเวอร์ แต่ก็เพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวัน สามารถเล่นแอปพลิเคชันได้หลายเรื่อง รวมถึงการเล่นเกมยอดฮิตทั่วไปในปัจจุบันพร้อมกับ RAM 8 GB และ ROM 128 GB ซึ่งเมื่อใช้ร่วมกับหน้าจอ Full HD ข้อดีคือไม่กินแบตเตอรี่และสเปกมากนัก สามารถใช้งานได้ยาวนานโดยไม่กินแบตเตอรี่ และได้ผลพ่วงไปอีกอย่างก็คือ “เครื่องไม่ร้อน” ส่วนแบตเตอรี่ให้จัดเต็มอยู่ที่ 4,100 mAh

หน้าจอมีขอบหน้าจอเล็กมากทำให้ดูหนังได้เต็มจอเต็มอารมณ์ ส่วนการเล่นเกมก็เช่นเดียวกันเพิ่มเติมคือมี Multi-Turbo ที่อยู่ในเครื่องช่วยเพิ่มประสิทธิภาพซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ให้เร็วยิ่งขึ้น ประกอบไปด้วย Center Turbo, AI Turbo, เครือข่าย Net Turbo, การระบายความร้อน (Cooling Turbo), เกม (Game Turbo) และ (ART ++ Turbo) เพิ่มความเร็วในการเปิดใช้งานแอปพลิเคชั่น และชาร์จเร็ว 33W FlashCharge ในเวลา 30 นาที สามารถชาร์จได้ถึง 63%

ระบบสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอ

AI Image Matting + Memory Recaller

นอกเหนือจากลูกเล่นจาก Hardware ยังมีลูกเล่นเรื่อง Software ที่แถมมากับเครื่องวีโว่อย่าง AI Image Matting ที่สามารถแยกภาพบุคคลออกจากพื้นหลังได้ โดยไม่ต้องคอยพึ่งคอมพิวเตอร์ (ตัดต่อให้เองอัตโนมัติ) สามารถเลือกเปลี่ยนฉากหลังและปรับแต่ได้อย่างสนุก แล้วก็มีคุณสมบัติ Memory Recaller ช่วยให้สามารถปรับภาพเก่าให้เป็นภาพใหม่ ที่มีความละเอียดมากยิ่งขึ้นดูมีชีวิตชีวา แต่การใช้งานจำเป็นต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต เพื่อเข้ากับทางเซิร์ฟเวอร์ของทางวีโว่

พักหลังเริ่มเห็นแม่ค้าเอาวีโว่มาถ่าย Video Selfie และทำการ LIVE ขายของมากขึ้น ส่วนหนึ่งเข้าใจว่าด้วยคุณสมบัติที่สามารถปรับหน้าเนียนแบบวิดีโอได้ (Face Beauty) ส่วนกล้องหลังรุ่นนี้รองรับถ่ายได้สูงสุด 4K และมีระบบกันสั่น EIS แต่รองรับสูงสุดที่ Full HD เช่นเดียวกับกล้องแบบ Ultra-Wide และเมื่อบันทึกเสร็จแล้วสามารถแก้ไขปรับแต่งได้เลย ใครอยากตัดต่อใส่เสียงใส่ธีมหรือฟิลเตอร์ก็สามารถทำได้ในเครื่อง แต่ถ้าหากขี้เกียจจะใช้ AI ให้ช่วยทำการกำหนดอัตโนมัติก็ได้

ข้อดี

  1. กล้องหลัง 48 MP, กล้องหน้า 32 MP
  2. เครื่องสวย วัสดุดี ดีไซน์สุดบาง
  3. ระบบชาร์จไว 33W FlashCharge
  4. รองรับหูฟัง 3.5 มม.
  5. สามารถเพิ่ม microSD

ข้อเสีย

  1. ต้องรออัปเดต Android 11

สรุป

ตัวเลือกที่คุ้มค่าเกินราคาสำหรับ Vivo V20 SE ด้วยราคาเพียง 8,699 บาท แต่ได้ครบเครื่องตามแบบฉบับ V20 แต่ตรงนี้ก็ต้องเข้าใจว่าด้วยราคา ทำให้จำเป็นต้องตัดเรื่องคุณสมบัติบางอย่างออกไปบ้าง แต่หากคนที่แค่ต้องการมือถือกล้องสวยสักเครื่อง โดยเฉพาะกับกล้องหน้าอันนี้รับรองว่าไม่ผิดหวัง ส่วนสเปกก็ไม่ได้ขี้เหร่อะไรมีการใส่ RAM 8 GB และ ROM 128 GB ได้ระบบชาร์จเร็วพร้อมอะแดปเตอร์ในกล่อง มีหูฟังให้แถมมีเคสให้และยังติดฟิล์มกันรอยมาจากโรงงาน คุ้มมาก!

หมายเหตุ – บทความนี้เป็น Advertorial