fbpx
Review Mobile

รีวิว vivo X70 Pro 5G สมาร์นโฟนเรือธงกล้องเทพ ZEISS

พัฒนาต่อยอดไปอีกขั้นทั้งถ่ายที่มืด ระบบกันสั่น และกล้องเลนส์ ZEISS

2136

เปิดตัวรุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง vivo X70 Pro 5G สมาร์ตโฟนกล้อง ZEISS ออกแบบมาเฉพาะ สำหรับคนชอบการถ่ายภาพ สามารถถ่ายภาพได้ดีทั้งกลางวันและกลางคืน พร้อมกับโบเก้และเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ ต่อยอดความสำเร็จจากรุ่น vivo X60 Pro 5G ในปีที่แล้วนั่นเอง หนึ่งในกล้องที่หาตัวเปรียบเทียบได้ยาก

vivo X70 Pro 5G
vivo X70 Pro 5G

vivo X70 Pro 5G

หากคุณต้องการใช้ Android และซีเรียสเรื่องกล้องเป็นพิเศษ vivo X70 Pro 5G คือคำตอบ Co-engineered with ZEISS ชื่อนี้ช่างภาพทั่วโลกรู้จักดี ในฐานะผู้ผลิตเลนส์กล้องและแว่นตาระดับโลก ด้วยประสบการณ์กว่า 170 ปี พอจับเอามาพัฒนาร่วมกับ vivo ทำให้ได้สมาร์ตโฟนที่กล้องดีที่สุดรุ่นหนึ่ง

จุดเด่นสำคัญของรุ่น

  1. Co-engineered with ZEISS เลนส์ที่พัฒนาร่วมกับ vivo ทั้งในส่วนของ Hardware และ Software นอกเหนือจากความคมชัด ก็คือภาพที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะรุ่น และไม่มีทางที่รุ่นไหนจะเหมือน
  2. ZEISS T*Coating การเคลือบหน้าเลนส์ลิขสิทธิ์เฉพาะ ที่จะช่วยให้ภาพสวยงามมากยิ่งขึ้น ลดการเกิดภาพ “แสงหลอก” และ “แสงแฟลร์” ที่จะทำให้ภาพดูพร่ามัวและการเกิดแสงเป็นดวงในภาพ
  3. Pure Night View ปรับการถ่ายกลางคืนให้ถ่ายได้สวยงาม และใช้ประโยชน์จาก ZEISS T*Coating ในการถ่ายรูป ให้ภาพออกมาสะอาดคมชัด แม้จะเป็นที่มืดหรือแสงน้อย
  4. Ultra-Sensing Gimbal Camera หรืออีกชื่อก็คือ Gimbal Stabilization 3.0 ทำงานร่วมกับเซนเซอร์ Sony IMX766V ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ พัฒนาต่อยอดจาก Gimbal Stabilization 2.0
  5. Real-Time Extreme Night Vision ไม่ต้องรอถ่ายภาพหรือวิดีโอเสร็จถึงจะเห็นผลลัพธ์ เพราะเราจะได้เห็นภาพจริงก่อนถ่ายเลย นอกจากนี้ยังมีลูกเล่น Night Mode และ Super Night Video
  6. ZEISS Portrait โบเก้และสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของ ZEISS
  7. Pro Cinematic Mode ถ่ายวิดีโอด้วยสัดส่วนโรงภาพยนตร์ ปรับความละเอียดได้ถึง 4K เฟรมเรต 60 fps ควบคุมและตัดได้อย่างมืออาชีพ
  8. AMOLED FHD+ 120Hz Refresh Rate หน้าจอ Samsung E5 OLED รุ่นใหม่ล่าสุด อัตรารีเฟรช 120Hz ผ่านการรับรอง Eye Care Display และ Seamless Pro Motion Speed 120Hz รองรับ HDR10+ และ Hi-Res Audio เพื่อความบันเทิงที่สมบูรณ์แบบ
  9. Dimensity 1200 ชิปเรือธงจาก MediaTek รองรับ 5G มาพร้อมกับ RAM 12 GB และ ROM 256 GB (UFS 3.1) นอกจากนี้ยังขยาย Extended RAM 4 GB ได้อีกด้วย
  10. Linear Motor, Infrared Remote Control ลูกเล่นเพิ่มเติมที่หลายรุ่นไม่มี คือการเพิ่มมอเตอร์สั่นสำหรับเล่นเกม แล้วก็รีโมทคอนโทรลอินฟราเรด ใช้สำหรับควบคุมทีวี, พัดลม, แอร์, ฯลฯ

การออกแบบ

ตัวเครื่องมีให้เลือกทั้งหมด 2 สี ได้แก่ Cosmic Black (ตัวที่รีวิว) และ Aurora Dawn ให้รูปลักษณ์ไม่เหมือนใครตั้งแต่การวางกล้อง ไปจนถึงฝาหลังที่สมาร์ตโฟนที่เป็นแบบด้าน (ส่วนใหญ่ในตลาดจะเป็นแบบเงา) ฝาหลังเป็น Fluorite AG แบบใหม่ นอกจากจะไม่ซ้ำใครแล้วยังไม่ทำให้เกิดรอยนิ้วมืออีกด้วย

ถึงแม้ว่าจะเป็นเครื่องระดับเรือธง มีกล้องขนาดใหญ่ที่มีทั้งกันสั่นและกระจกหลายชั้น แต่ความหนาจริงของเครื่องอยู่เพียงแค่ 7.99 มม. สามารถเก็บได้อย่างกะทัดรัดในการพกพา (ไม่หนาเตอะ) ส่วนน้ำหนักอยู่เพียงแค่ 183 กรัม คงความสวยงามของหน้าจอโค้งและเลนส์ประสิทธิภาพสูง ในขณะที่ตัวเครื่องยังมีความบางเบา

Fluorite AG พื้นผิวที่สวยงาม กับสัมผัสที่แตกต่าง

สเปกและคุณสมบัติ

  • ระบบปฏิบัติการ Android 11 (ครอบทับด้วย Funtouch OS 12)
  • หน้าจอ AMOLED ขนาด 6.56″ Full HD+ (ความละเอียด 1080 x 2376 พิกเซล) อัตราการรีเฟรชสูงถึง 120Hz รองรับเทคโนโลยี HDR10+ ผ่านการรับรอง SGS Eye Care Display และ SGS Seamless
  • หน่วยประมวลผล MediaTek Dimensity 1200-vivo
  • แรม 12 GB
  • รอม 256 GB (ไม่รองรับ microSD)
  • กล้องหลังแบบ 4 เลนส์ พร้อมไฟแฟลช LED
    • กล้องหลัก 50 MP (F/1.75)
    • กล้องมุมกว้างและมาโคร 12 MP (F/2.2)
    • กล้องถ่ายภาพบุคคล 12 MP (F/1.98)
    • กล้องส่องทางไกล 8 MP (F/3.4)
  • กล้องหน้า 32 MP (F/2.45)
  • รองรับสองซิม 5G
  • ระบบสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอ
  • รองรับ NFC, Bluetooth 5.2, Wi-Fi 6
  • แบตเตอรี่ 4,450 mAh (รองรับชาร์จเร็ว 44W FlashCharge)
  • ขนาด 158.30 × 73.21 × 7.99 มม.
  • น้ำหนัก 184 กรัม

หน้าจอ

วีโว่เลือกใช้หน้าจอโค้งเกรดดีที่สุดในตลาด Samsung E5 OLED ครอบคลุมพื้นที่สี 112% DCI-P3 และ 140% sRGB แถมยังมีแสงสะท้อนหน้าจอต่ำสุดเท่าที่ DisplayMate เคยทดสอบมา นอกจากการแสดงผลที่ดีแล้วยังใช้พลังงานต่ำอีกด้วย อัตรารีเฟรช 120Hz รองรับสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอ และรูกล้องขนาดเล็ก

หน่วยประมวลผล

ถึงแม้ว่าจะเน้นกล้อง แต่การใช้งานด้านอื่นก็สำคัญไม่แพ้กัน วีโว่เลือกใช้ MediaTek Dimensity 1200-vivo เป็นชิปรุ่นพิเศษเพื่อวีโว่ เพิ่มความเร็ว AI ได้มากขึ้น 40% และลดการใช้พลังงานลง 10% เมื่อเทียบกับชิป MediaTek Dimensity 1200 รุ่นทั่วไป ส่วนคะแนนทดสอบ AuTuTu ได้ไปกว่า 720,000 คะแนน และถึงแม้ว่าจะไม่ได้แรงที่สุดในตลาด แต่แรงกว่า 97% ของสมาร์ตโฟนทั่วไป

ส่วนการเล่นเกมเองก็มีลูกเล่นเพิ่มให้นิดหน่อย นอกจาก Game Mode ที่อยู่ในวีโว่เป็นมาตรฐานแล้ว (ส่วนมากจะเป็นฟีเจอร์ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพเครื่อง ป้องกันการรบกวนจากการแจ้งเตือน ฯลฯ) รุ่นนี้ยังมาพร้อมกับ Linear Motor มอเตอร์ส่งการสั่นสะเทือน เพื่อให้ได้สัมผัสได้ถึงความสมจริงของเกม แล้วก็ใส่ลูกเล่นเป็น Infrared Remote Control อันนี้ไม่เกี่ยวกับเกม แต่ชอบเพราะมันสะดวกใช้งานดี

หน่วยความจำมีการเลือกใช้ UFS 3.1 ทำให้สามารถคัดลอกไฟล์วิดีโอขนาดใหญ่ รวมถึงการใช้งานเรียกถึงข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว ROM 256 GB ให้มาเหลือเฟือสำหรับการถ่ายรูปภาพและวิดีโอโดยไม่ต้องพึ่ง Cloud นอกจากนี้ RAM 12 GB ก็ให้มาแบบไม่หวง อีกทั้งยังมีเทคโนโลยี Extended RAM ดึงพื้นที่เก็บข้อมูล ROM เพิ่มไปยังพื้นที่ RAM ได้สูงสุด 4GB เพื่อการตอบสนองที่ราบรื่นยิ่งขึ้น

กล้องหลัง

ความดีงามที่สุดของรุ่นนี้ มีการอัปเกรดไปเยอะจากรุ่นก่อนหน้า ZEISS ชื่อนี้การันตีคุณภาพ มาพร้อมกับระบบกันสั่น Gimbal Stabilization 3.0 และเลนส์ถ่ายภาพระยะไกลอย่าง Periscope ส่วนชิปประมวลผลภาพ Sony IMX663 เป็นชิประดับสูง ที่ทางวีโว่ได้ร่วมพัฒนาเพื่อให้ได้ประสบการณ์ถ่ายภาพที่ดีที่สุด

การถ่ายภาพปกติสามารถทำได้ดี บางคนอาจคิดว่าเป็นกล้องระดับโปร การใช้งานตั้งค่าจะวุ่นวายไปหมด แต่ความจริงก็คือถ่ายออโต้จบหลังเลนส์ก็สวยแล้ว แต่ถ้าเข้าใจฟีเจอร์ทั้งหมดจะยิ่งสวยมากขึ้น มาพร้อมกับระบบ AI ที่ฉลาดมาก สามารถปรับแต่งการตั้งค่ากล้องได้อัตโนมัติ ไม่เพียงแค่สีของภาพแต่ยังรวมถึงการลากชัตเตอร์

ภาพที่ไม่ได้ปรับ Style

การถ่ายภาพกลางคืนทำได้ดีเยี่ยม แม้จะไม่มีขาตั้งกล้องเองก็ตาม (แต่ถ้าจะถ่ายดาวหรือพระจันทร์ต้องมี) ภาพที่ได้ไม่มีวุ้นหรือว่า Noise รบกวนเท่าไหร่นัก สามารถดึงรายละเอียดของส่วนมืดและสว่างได้ดี จากภาพด้านบนจะเห็นว่าเราจะยังคงเห็นก้อนเมฆอยู่ แม้จะเป็นเวลากลางคืนแล้วก็ตาม จุดสว่างก็ไม่ทำรายละเอียดภาพหาย

เรื่องของเลนส์อันนี้ถ่ายสนุกมากเพราะมีให้เล่นเยอะ แต่ถ้าคุณใช้กล้องหลัก 50 MP (F/1.75) จะได้ภาพตามด้านบนที่เน้นความคมชัด แต่หากเน้นถ่ายคนไม่เน้นวิวแนะนำให้ใช้เป็นกล้องถ่ายภาพบุคคล 12 MP (F/1.98) จะได้ความเบลอและการละลายหลังได้เนียนยิ่งกว่า อีกทั้งยังมี Style และ Filter ให้เล่นอีกเพียบ

โบเก้ค่าเริ่มต้น

ถ้าคนเล่นกล้องใหญ่ (DSLR/Mirrorless) มาก่อนอันนี้จะสนุกกับการเล่นโบเก้มาก มีให้เล่นสนุกได้หลากหลาย ZEISS Style Portrait รวมคุณสมบัติอันเป็นเอกลักษณ์ของเลนส์ ZEISS ระดับตำนานทั้ง 4 รูปแบบไว้ในเครื่องเดียว Style ประกอบไปด้วย Distagon, Planar, Sonnar และ Biotar

สรุปกล้องหลังกลางคืน ดันแสงได้โหดมากแบบน่าประทับใจ จะถ่ายบุคคลอย่างเดียวหรือบุคคลและวิวก็สวย การทำงานร่วมกันของ Hardware และ Software ทำได้อย่างลงตัว Pure Night View และ Real-Time Extreme Night Vision ทำให้การถ่ายรูปกลางคืนง่ายกว่าที่เคย น่าเสียดายที่ฟ้าปิดเลยไม่ได้ถ่ายดาว

กล้องหน้า

หลังจากดูกล้องหลังไปแล้วเรามาดูกล้องหน้ากันบ้าง มาพร้อมกับเลนส์เดียว 32 MP (F/2.45) คุณภาพเพียงพอสำหรับการถ่ายรูปทั่วไป ที่จริงคือค่อนข้างดีด้วยซ้ำสำหรับการ Selfie แต่หากเทียบกับกล้องหลังจะดูธรรมดาไปหน่อย เพราะกล้องหลังมาพร้อมกับเลนส์ ZEISS และลูกเล่นจัดเต็มที่มากกว่า

กล้องหน้ามีข้อจำกัดตรงที่ถ่ายวิดีโอได้ความละเอียด Full HD เฟรมเรต 30 fps หากถ่ายกลางคืนก็จะลำบากนิดนึง เพราะว่าจะมีเรื่องของ Noise และแสงรบกวนที่เป็นเรื่องปกติ (แนะนำให้ใช้กล้องหลังถ่ายไปเลย คุณภาพดีกว่าเยอะมาก) สำหรับเรื่อง Beauty และ Bokeh ก็ยังคงมีให้ได้เลือกใช้งานอยู่ครบเหมือนเดิม

คุณสมบัติด้านวิดีโอขอกล่าวรวม เนื่องจากแต่ละฟีเจอร์มันก็ส่งเสริมกันอยู่อย่าง Pro Cinematic Mode ช่วยถ่ายภาพยนตร์ระดับมืออาชีพ และหากต้องเดินถ่ายก็สามารถเปิด Ultra-Sensing Gimbal Camera เพื่อช่วยกันสั่นได้ดี และสุดท้ายเลยก็คือ Super Night Video ที่มีการทำงานร่วมกับ Gimbal และอัลกอริธึมขั้นสูง ทำให้ได้ภาพวิดีโอที่สว่างและชัดเจน แม้ถ่ายในสภาพแวดล้อมกลางคืนที่มืด

ข้อดี

  1. กล้องดีมาก ZEISS ไม่ทำให้ผิดหวัง
  2. ระบบกันสั่นถ่ายได้นิ่งทั้งภาพและวิดีโอ
  3. หน้าจอ 120Hz และคุณภาพดีที่สุด
  4. ชิปประมวลผล Dimensity 1200-vivo
  5. ดีไซน์หรู บางเบา วัสดุไม่เป็นรอยนิ้วมือ

ข้อเสีย

  1. ยังไม่เป็นลำโพงคู่
  2. ไม่รองรับการใส่ microSD
  3. ราคาค่อนข้างสูง

สรุป

ความกังวลเรื่องชอป Mediatek อาจทำให้บางคนไม่มั่นใจ แต่ขอบอกเลยว่าตัวนี้ไม่ธรรมดา เพราะพัฒนาร่วมกับวีโว่โดยเฉพาะ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้แรงที่สุด แต่หากเทียบในตลาดก็ไม่ได้น้อยหน้าใคร สามารถเล่นเกมได้ลื่นแบบแบตเตอรี่ไม่ไหล (และเครื่องไม่ร้อน) ส่วนกล้องไม่มีอะไรติดใจ ZIESS ไม่ใช่การเอาของเดิมมาขายซ้ำ แต่เป็นการพัฒนาที่เหนือชั้นกว่ารุ่นเก่าแบบสังเกตได้ ทั้งในเรื่องกันสั่นและถ่ายในที่มืด ส่วนราคาเปิดตัว 27,999 บาท เช็คราคาและโปรโมชัน

หมายเหตุ – บทความนี้เป็น Advertorial