ร้อนโว้ยยยยยย … นี่คือสิ่งที่เราคนไทยบ่นกันแทบทุกวัน โดยเฉพาะช่วงเดือนเมษายน (ทำไงได้ล่ะ … ก็ประเทศเราเมืองร้อนนี่เนอะ ^^) สำหรับ iReview.in.th ตอนพิเศษ ไม่สิตอนธรรมด๊าธรรมดาในวันนี้เราจะมารีวิวของกินกันครับ ซึ่งมันก็คือ ชาเขียวววววว หรือก็คือหนึ่งในเครื่องดื่มสุดฮิตชิ้นหนึ่งของคนไทยเรานั่นเอง ว่าแต่ร้อน ๆ แบบนี้เราดื่มอะไรกันดีล่ะ? ซึ่งวันร้อน ๆ แบบนี้ผมจะขอถือโอกาสมารีวิวกันครับ

review-original-green-tea (1)

ก่อนอื่นขอเกริ่นก่อนเลยว่าผมไม่ใช่ผู้เขียวชาญด้านชานัก เป็นเพียงแค่มนุษย์ปุถุชนคนธรรมดาที่ทำงานเดือนชนเดือน และต้องการดื่มชาเขียวครายร้อนในเดือนเมษายนเท่านั้น เรื่องชาเขียวบางคนว่าเมืองไทยชอบทำชาน้ำเชื่อมสีเขียวบ้าง อะไรบ้าง แต่ในเมื่อ 7-11 มีขายยังไงผมก็เลือกดื่มตามนั้นครับ (ถึงแม้น้ำตาลจะไม่ดีต่อสุขภาพก็ตาม แน่นอนว่าผมออกกำลังกายสม่ำเสมอดังนั้นเรื่องนี้จึงตกไป)

review-original-green-tea (2)

เพื่อเป็นการรีวิวที่ง่ายขี้นผมจะติดตัวเลือกพวกชาปรุงแต่งรสชาติต่าง ๆ ออกไป ให้เหลือเฉพาะรสดั้งเดิมเท่านั้น (ตัดเพียงริคุเฮอร์เบิลทีบนภาพแรกออกไป) ดังนั้นขวดที่หาซื้อง่ายตาม 7-11 หลัก ๆ จะเหลือเพียงแค่ 3 แบรนด์เท่านั้น ซึ่งชายูนิฟนั้นได้ยกเลิกการผลิตไปแล้วดังนั้นผมจะไม่พูดถึง ส่วนฟูจินั้นสาขาที่ผมไปดันหมดเสียก่อนเลยไม่ได้ถ่ายมาให้รีวิวในวันนี้ครับ (ย่านที่ผมอยู่คนญี่ปุ่นอยู่เยอะมากครับ)

review-original-green-tea (3)

เพื่อการรีวิวที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ผมจึงขอใช้เลย์สแตคส์รสออริจินัลเป็นตัวล้างปากแทรกระหว่างขวดต่อขวด

review-original-green-tea (4)

รอบที่ 1 พบกับ “เพียวริคุ”

ขวดขาวเพรียวขึ้นมาบนเวทีแล้วครับ ทีเด็ดของตัวนี้คือการชูดจุดเด่นว่าตัวเองคือชาขาวนะ ปลูกยากกว่าชาเขียวด้วย แค่ฟังดังนี้ก็รู้สึกถึงเส้นประสาทในฟันแล้วครับว่ามันจะเด็ดขนาดไหน เท่านั้นยังไม่พอยังมาพร้อมกับราคาเพียงแค่ 13 บาทอีกด้วย ซึ่งงานนี้ถึงแม้ใครจะมองเป็นเลขอัปมงคลแต่เพียวริคุไม่สนครับ ฮ่า ๆ ๆ … หรือใครจะกลัวว่าไม่เป็นสิริมงคลจะจ่าย 14 บาทแล้วทิปพนักงาน 7-11 ไปบาทนึงก็ได้นะ 😛

review-original-green-tea (5)

ส่วนประกอบที่สำคัญ (และไม่มีใครอ่าน)

  • น้ำชาขาว 94.97%
  • ฟรุกโตสไซรัป 5%
  • วิตามินซี 0.02%
  • มีกาแฟอีน 8.89 มิลลิกรัม ต่อ 100 มิลลิลิตร

สำหรับตัวนี้เป็นขวดที่มีขนาดเล็กสุดครับ เพียงแค่ 350 มิลลิลิตร นั่นหมายความว่าเราจะได้รับกาแฟอีนน้อยกว่าเพื่อน เนื่องจากปริมาณมันน้อยกว่านั่นเอง สำหรับผมแล้วค่อนข้างที่จะเพียงพอสำหรับปริมาณหนึ่งดื่มกระหายครับ คือเรากระหายและซื้อดื่มเสร็จทิ้งได้เลย ไม่ต้องเดินถือขวดที่มีน้ำเหลือหิ้วไปมา ที่สำหรับราคาถูกที่สุดด้วย

review-original-green-tea (6)

สรุปรสชาติ “เพียวริคุ”

สำหรับเรื่องรสชาติบอกได้เลยว่า “อ่อน” หมายความว่ารสมันอ่อน ๆ ดื่มง่ายและดื่มสบาย ไม่หวานจนเกินไป (จริง ๆ มันแทบไม่มีรสเลยแหล่ะ) อารมณ์ประมาณกลิ่นคล้าย ๆ ดอกมะลิน่ะครับ ดื่มง่ายและดื่มสบายสิ่งที่เหมาะสมที่จะดื่มด้วยก็น่าจะเป็นพวกเค้กหรือขนมที่มีรสหวานอยู่แล้วครับ

โดยรวมแล้วผมชอบตัวนี้นะ ให้ตายสิ … ทำไมกันผมถึงไม่เคยซื้อมันดื่มเลยนะ หรือเพราะขวดไม่สวย? เป็นไปได้แฮะ

review-original-green-tea (7)

รอบที่ 2 พบกับ “โออิชิ”

หลังจากที่ไทยเบฟได้ซื้อมาจากคุณตัน ดูเหมือนจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลย จริง ๆ แล้วผมชอบชาเขียวโออิชิตั้งแต่สมัยที่ยังเป็นบุฟเฟ่ห์และยังไม่มีกระแสชาเขียวเลยนะ ซึ่งผมจำได้แม่นเลยว่า “ชาเขียวสูตรดั่งเดิม ดื่มโดยไม่ต้องใส่น้ำแข็ง” รสชาติมันหอมอ่อน ๆ อร่อยมากครับ แต่พอทำมาเป็นขวดแล้วรู้สึกว่ารสมันจะหวานขึ้นมาก อ้อ … ราคาขวดนี้คือ 16 บาทนะครับ

review-original-green-tea (8)

ส่วนประกอบที่สำคัญ (และไม่มีใครอ่าน)

  • น้ำชาเขียว 94%
  • ฟรุกโตส 5.99%
  • มีกาแฟอีน 11.99 มิลลิกรัม ต่อ 100 มิลลิลิตร

สำหรับชาเขียวโออิชินี้ ดูเหมือนว่าจะแอบได้เปอร์เซ็นต์น้ำชาเขียวน้อยกว่าทุกแบรนด์อยู่จิ๊ดนึง แต่จุดแข็งของโออิชิอยู่ตรงที่ปริมาณความคุ้มค่าที่ได้ถึง 500 มิลลิลิตร (และแน่นอนว่าผมดื่มไม่หมดทุกที – -*) ถ้าหากซื้อมาเพื่อดื่มได้สองคนจะคุ้มค่ามากครับ แต่ผมค่อนข้างเชื่อว่าคนส่วนใหญ่ซื้อเพราะลุ้นทองครับ – -*

review-original-green-tea (9)

สรุปรสชาติ “โออิชิ”

สำหรับโออิชิเหมือนจะพยายามชูจุดแข็งตัวเองว่าเป็น “ต้นตำรับ” ซึ่งจริง ๆ แล้วเขาก็คือเจ้าแรก ๆ ที่ทำแล้วประสบความสำเร็จในบ้านเรานั่นแหล่ะ กลิ่นของชาค่อนข้างที่จะหอมไปถึงหอมมาก มีรสหวานนิด ๆ และมีรสฝาดปลาย ๆ ลิ้นตามคุณลักษณะของใบชาครับ

โดยรวมแล้วค่อนข้างที่จะเฉย ๆ กับชาขวดนี้ครับ ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะเราชินกับรสนี้มานานแล้ว ดื่มได้ไหมก็ดื่มได้ครับ แต่ถามว่าซื้อไหมก็คงต้องดูตามโอกาสไปครับ ปีนึงผมซื้อแบรนด์นี้ไม่ถึง 10 ครั้งด้วยมั้ง

review-original-green-tea (10)

ขอคั่นเวลาด้วยเลย์นะครับ แฮ่ ๆ ๆ … อันนี้ผมแกะเป็นซองที่สองเพื่อล้างปากแล้ว ขอบ่นหน่อยนึงว่าทำไมซองนึงได้น้อยชิ้นจัง >,< (จากภาพนี่สาบานได้เลยว่ายังไม่ได้หยิบกินซักชิ้น)

review-original-green-tea (11)

รอบที่ 3 พบกับ “อิชิตัน”

สุดยอดชาเขียวที่ทำคนงมงายได้มากที่สุด (แถวบ้านผมทั้งเด็กและผู้ใหญ่ซื้อดื่มกันเป็นเรื่องเป็นราว) ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าตอนนี้เขาแจกเป็น iPhone, ทอง, หรือเงินล้าน แต่เท่าที่จำได้เหมือนจะเป็น iPhone วันละ 10 เครื่องและทุกสิบวันแจก 100 เครื่องเลยทีเดียว (เยอะมาก) เอาล่ะเลิกพูดเรื่องการตลาดแล้วหันมาพูดเรื่องรสชาติเพราะมันคือประเด็น ขวดนี้มีค่าตัวอยู่ที่ 16 บาทเท่าโออิชิครับ ส่วนปริมาณสุทธิอยู่ที่ 420 มิลลิลิตร

review-original-green-tea (12)

ส่วนประกอบที่สำคัญ (และไม่มีใครอ่าน)

  • น้ำชาเขียว 95%
  • ฟรุกโตส 4.9%
  • สารสกัดจากดอกชา 0.01%
  • มีกาแฟอีน 8.8 มิลลิกรัม ต่อ 100 มิลลิลิตร

ชนะเลิศด้านรางวัลกาแฟอีนน้อยสุด (แต่ในความเป็นจริงถ้าดื่มหมดขวดก็แพ้เพียวริคุอยู่ดี) จุดเด่นของตัวนี้ชูที่ใบชาออร์แกนิคหากใครมองเผิน ๆ จะไม่ทราบว่าเขาออร์แกนิคแค่ใบชานะครับ นอกนั้นไม่ออร์แกนิค 😛

review-original-green-tea (13)

สรุปรสชาติ “อิชิตัน”

กลิ่นค่อนข้างหอมมาก หอมมาก อ่า … หอมสุด ๆ หอมจนเวียนหัวเลยแหล่ะครับ (พูดจริง ๆ) ซึ่งผมว่ากลิ่นมันแรงจนเกินไป ส่วนรสนั้นหวนมากครับ ถึงแม้น่าจะถูกปากคนไทยหลาย ๆ คนที่ติดหวาน แต่สำหรับผมแล้วรู้สึกว่ามันค่อนข้างที่จะแสบคอถ้าจะให้ดื่มหมดขวดคงไม่ไหวจริง ๆ

โดยรวมแล้วไม่ไหวจริง ๆ ครับ พอเข้าใจแล้วว่าอะไรที่เยอะเกินไปก็ไม่ไหวจริง ๆ ถ้าวันไหนร้อนมาก ๆ และออกกำลังกายมาเหนื่อย ๆ อาจจะเก็บไว้เป็นทางเลือกครับ เนื่องจากมันค่อนข้างหวาน (หวานจนกระทั่งต้องดื่มน้ำเปล่าตามให้ตายสิ – -*)

review-original-green-tea (15)

เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่น่าสนใจ

จากการที่ได้รีวิวชาเขียวมาทั้งหมดนี่เจอเรื่องที่น่าสนใจอย่างนึงคือ “อิชิตัน” มีซีลโปร่งใสด้านข้างเพื่อเอาไว้เช็คระดับชาเชียวได้ด้วยว่าเราดื่มไปถึงไหนแล้ว และมีมาตรวัดเป็นระดับ ๆ สำหรับการแบ่งดื่มได้อีกด้วย ซึ่งถือว่าพิถีพิถันและน่าสนใจมากเลยทีเดียว ตรงนี้ชอบมากครับ

แต่พอมาดูขวด “โออิชิ” ก็พบว่ามีซีลโปร่งใสด้านข้างเหมือนกัน แต่ไม่มีมาตรวัดให้แฮะ … ไม่รู้เหมือนกันว่างานนี้ใครลอกใคร ผมไม่อาจฟันธงได้เหมือนกัน หรือทั้งหมดทั้งปวงนี้อาจจะเป็นแค่ความบังเอิญก็เป็นได้ใครจะไปรู้?

review-original-green-tea (16)

ตัวเลือกอื่น ๆ ในตลาด

อย่างที่บอกว่าผมตกชาเขียวไปอีกแบรนด์หนึ่งในตลาดซึ่งก็คือ “ฟูจิ” นั่นเองครับ (นอกนั้นไม่นับนะครับ หาซื้อยากเกิน) สำหรับฟูจิเป็นชาเขียวที่ผมยอมรีบว่าชอบมากและชุ่มคอ มีระดับความหวานให้เลือกถึง 3 ระดับ ส่วนตัวผมเลือกตัวกลาง ๆ ครับ แทบไม่หวานเลยรสชาติดั้งเดิมมาก ๆ อากาศร้อน ๆ ดื่มแล้วชุ่มคอ ยกให้เป็นที่ 1 ในดวงใจเลยแหล่ะ ติดตรงที่ว่าราคาแพงไปหน่อยตั้ง 25 บาทแน่ะ

แต่หากใครเบื่อชาเขียวแล้วจะมาลองดื่มน้ำจับเลี้ยงรวมสมุนไพรอย่าง “เพียงริคุ เฮอร์เบิลที” ก็ไม่เลวเหมือนกันนะครับ ใช้แก้ร้อนในได้ด้วย ซึ่งสำหรับรีวิวลองอ่านได้ที่ http://www.hungryfatguy.com/2013/03/herbaltea-drinks/

แต่ เอ … วันนี้เหมือนไป 7-11 แล้วรู้สึกว่า “ยูนิฟ” มีออกน้ำตัวใหม่เป็นน้ำสาลี่หิมะด้วย (สงสัยทำชาเขียวไม่รุ่งแล้ว) คงต้องหาเวลาไปรีวิวบ้างแล้วล่ะ 😀

สรุปรีวิว

สำหรับรีวิวชาเขียวรสต้นตำรับทั้งหมดที่ผมได้รีวิวมาในวันนี้ ซึ่งก็แต่ละตัวจะมีรสชาติแตกต่างกันไปและหากอิงตามมาตรฐานของผม หากไม่เกี่ยวเรื่องราคาผมขอให้คะแนนดังนี้ ฟูจิ > เพียวริคุ > โออิชิ > อิชิตัน หรือหากให้เลือกคะแนนรสชาติผมขอสรุปดังนี้ครับ

  • ฟูจิ 8/10
  • เพียวริคุ 6/10
  • โออิชิ 5/10
  • อิชิตัน 3/10

ทั้งนี้แน่นอนว่ามาตรฐานแต่ละคนย่อยไม่เท่ากัน สุดท้ายแล้วก็แล้วแต่มาตรฐานของแต่ละคนว่าจะเลือกขวดไหน แต่สุดท้ายอยากจะขอฝากด้วยคำยอดฮิตว่า “ดื่มน้อย ๆ แต่พอประมาณ และออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ” ด้วยนะครับ ^^

แล้วชาเขียวของคุณล่ะ คุณชอบขวดไหนมากกว่ากัน?