เมื่อหลายสิบปีก่อนเก้าอี้นวดไฟฟ้าถือว่าเป็นสิ่งสิ้นเปลือง และสงวนไว้สำหรับผู้มีอันจะกินเท่านั้น ไม่ต่างอะไรกับโทรศัพท์มือถือเมื่อสามสิบปีที่แล้ว แต่ปัจจุบันการนวดตัว นวดแผนไทย สปา ต่างก็เป็นที่นิยมมากยิ่งขึ้น รวมถึงเก้าอี้นวดไฟฟ้าก็เป็นสิ่งที่เริ่มคุ้นตา จากการที่พบเห็นได้ตามห้างสรรพสินค้า สนามบิน หรือศูนย์ประชุมจัดแสดงสินค้าต่าง ๆ ทำให้หลายคนเริ่มอยากที่จะครอบครองเป็นเจ้าของกันมากขึ้น คำถามก็คือถ้าหากจะซื้อเก้าอี้นวดไฟฟ้าสักตัว เราจะเริ่มต้นเลือกยังไงดี ?

เก้าอี้นวดไฟฟ้า Rester Titan EC-362
เก้าอี้นวดไฟฟ้า Rester Titan EC-362

เก้าอี้นวดไฟฟ้า Rester Titan EC-362

สำหรับสินค้าที่เราจะมารีวิวกันในวันนี้มาจาก บริษัท เรสเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นผู้นำด้านเก้าอี้นวดไฟฟ้า เบาะนวดไฟฟ้า อันดับ 1 ในประเทศไทย หรือที่เราคุ้นเคยกันดีกับพรีเซนเตอร์อย่างคุณ “ก้อง สหรัถ” นั่นเองครับ และนับตั้งแต่ก่อตั้งมาในปี 1999 ตอนนี้ก็ร่วมยี่สิบปีได้แล้ว มั่นใจได้ในเรื่องของบริการ

คุณสมบัติ

สำหรับรุ่น Titan นับว่าเป็นเก้าอี้นวดไฟฟ้ารุ่นเล็ก เพียงแต่มีการทำงานที่หลากหลาย (เน้นความคุ้มค่านั่นเอง) มีการทำงานที่ครอบคลุมทั้งช่วงตัว โปรแกรมการทำงานสามารถปรับได้หลากหลาย ตัวถุงลมเบาะนั่งถูกออกแบบมาเพื่อให้เข้ากับสรีระ S-Shaped แถมยังปรับเอนนอนได้ 110-165° ใช้งีบนอนหลับไปได้เลย

3 โปรแกรมอัตโนมัติ

  1. Relax
  2. Therapy
  3. Air Massage

5 โปรแกรมนวดพิเศษ

  1. Kneading
  2. Tapping
  3. Dual-Action
  4. Swedish
  5. Rolling

ด้วยการทำงานที่หลากหลาย สามารถนวดได้ทั้งแผ่นหลังยาวไปจนถึงปลายเท้า ใช้ลดความเมื่อยล้าของกล้ามเนื้อในชีวิตประจำวัน และไม่จำกัดเฉพาะผู้สูงอายุเท่านั้น แต่หากเป็นวัยรุ่นหรือหนุ่มสาว ก็สามารถใช้งานเจ้าเครื่องนี้ได้เช่นกัน เป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์ที่ซื้อเพียงแค่ครั้งเดียว แต่มอบความสุขให้กับคนทั้งบ้านได้ใช้งาน

  • นวดหลัง เบาะนั่ง ต้นขา (จำนวน 15 ถุงลม)
  • ฟังก์ชั่นครบครันปรับได้ 3 ระดับ
  • ตั้งเวลาอัตโนมัติสูงถึง 15 นาที
  • 3 โปรแกรมอัตโนมัติ
  • 5 โปรแกรมการนวดแบบกำหนดเอง

ความคุ้มค่าอีกอย่าหนึ่งก็คือ “การรับประกัน” ซึ่งทาง Rester กล้าที่จะรับประกันมอเตอร์ 5 ปี, อะไหล่ชิ้นส่วน 2 ปี, หนังหุ้มสินค้า 1 ปี ส่วนในอนาคตหากต้องการซ่อมหรือเปลี่ยนอะไร ก็มีอะไหล่และทีมช่างคอยให้บริการ

ถึงแม้ว่าจะชื่อ Titan แต่เชื่อหรือไม่ว่ารุ่นนี้เป็นรุ่นเล็กสุด (หากไม่นับรวม Angie ที่ไม่มีระบบนวดเท้า) และเป็นรุ่นเดียวที่ราคาไม่ถึงแสนบาท หากจะพูดให้ถูกคือมันราคายังไม่ถึงครึ่งแสนเลยด้วยซ้ำ! ส่วนหน้าคงต้องยอมรับว่ามันอาจดูไม่หรูหราเหมือนกับรุ่นพี่เท่าไหร่นัก ซึ่งหากให้ผมเลือกซื้อก็คงเป็นรุ่นนี้แหล่ะคุ้มครบจบดี

เก้าอี้นวดไฟฟ้าดีหรือไม่ ?

ก่อนรีวิวจะขอเรียนตามตรงว่า เก้าอี้นวดไฟฟ้าไม่ใช่เครื่องมือกายภาพบำบัดตามระเบียบของกระทรวงฯ หากคุณมีโรคประจำตัวหรือเจ็บปวดเรื้อรัง ควรพบแพทย์ก่อนใช้งานจะเป็นการดีที่สุด ส่วนการซื้อขายอย่าสนใจเพียงแค่ราคาถูกเพียงอย่างเดียว เพราะอุปกรณ์นี้นับเป็นเครื่องมือแพทย์ชนิดหนึ่ง ถ้าจะให้ดีควรเลือกจากบริษัทนำเข้าหรือยี่ห้อที่มีความน่าเชื่อถือ เพื่อที่จะมั่นใจได้ว่าสินค้านั้นมีความปลอดภัยต่อการใช้งาน

สำหรับเก้าอี้นวด Rester Titan EC-362 แน่นอนว่ามีการนำเข้าและจดทะเบียนอย่างถูกต้อง ไม่เช่นนั้นเราคงไม่เอามารีวิว (เลขรับนำเข้าเครื่องมือแพทย์ : จน. 3/2557) ช่วยในเรื่องความผ่อนคลาย ไม่ต้องขับรถออกไปนวดให้เปลืองเงิน แถมยังส่งผลดีต่อระบบไหลเวียนเลือด อันเป็นเหตุให้อวัยวะต่าง ๆ สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังช่วยในอาการเคล็ด ขัด ยอก กล้ามเนื้อที่ตึงหรือแข็งเกินไปให้อ่อนตัว

เก้าอี้นวดไฟฟ้าเหมาะสำหรับใคร ?

  1. ใช้งานตามบ้านและครอบครัวทั่วไป
  2. สำนักงานหรือโฮมออฟฟิศ รับลูกค้าหรือเป็นสวัสดิการให้พนักงาน
  3. สโมสรหรือฟิตเนส สร้างเป็นจุดขายพิเศษให้แตกต่างจากที่อื่น
  4. ศูนย์บริการลูกค้า สร้างความประทับใจในระหว่างรอคอย

อันที่จริงมันสามารถประยุกต์ใช้กับงานและธุรกิจที่หลากหลายมาก อย่างสมัยก่อนการมีโต๊ะสนุ๊กในออฟฟิศเป็นเรื่องตลกและดูไม่สุภาพ แต่ปัจจุบันไม่ว่าจะเป็น Startup ที่ไหนต่างก็มีทั้งนั้น และใครก็อยากร่วมงานกับออฟฟิศที่มีสวัสดิการแบบนี้ (เพิ่มเก้าอี้นวดอีกสักตัวจะดูเจ๋งเข้าไปอีก) แถมราคาก็ไม่ได้สูงมากมายอะไรนัก

ขอข้ามขั้นตอนการติดตั้งไปเลย เพราะตัวนี้เป็นกึ่งประกอบมาจากโรงงาน (ไม่ได้มาเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยแบบ IKEA) พนักงานขนส่งติดตั้งไม่ถึงนาทีก็เสร็จเรียบร้อย ภายในมีคู่มือการใช้งานภาษาไทยและภาษาอังกฤษอย่างละฉบับ การเตรียมพื้นที่หน้างานก็ไม่มีอะไรมาก เพียงแค่ขอเว้นหน้าและหลังอย่างละประมาณ 60 ซม. เพื่อที่ว่าเวลาเอนตัวลงนอนจะได้ไม่ชนหรือติดกับผนัง รวมถึงสามารถเหยียดขาและยืดมือได้อย่างสะดวก

การใช้งานก็สามารถเสียบกับปลั๊กไฟบ้านปกติของเมืองไทยได้เลย ไม่จำเป็นต้องแปลงไฟหรือผ่านหม้อแปลงอะไรให้วุ่นวาย มีปุ่มเปิดปิดการทำงาน (ON/OFF) อยู่ด้านหลังพร้อมกับตลับฟิวส์ (Cartridge Fuse) ไม่มีอะไรซับซ้อน ส่วนการเปิดใช้งานเครื่องจำเป็นต้องไปกดทีรีโมทอีกที ตรงนี้เป็นเพียงช่องจ่ายไฟเข้าเครื่อง

แผ่นหนุนหัวหรือที่เรียกว่า iMassage มีทั้งหมดสองชั้นสามารถหมุนพับไปด้านหลังหรือถอดออกก็ได้ หากรู้สึกว่ามันหนาเกินไปจนรู้สึกนั่งหรือนอนไม่สบาย และวัสดุหุ้มทั้งตัวเครื่องนี้จะเป็น PU อารมณ์ผิวสัมผัสคล้ายกับหนังแท้ ข้อดีก็คือสามารถเช็ดล้างทำความสะอาดง่ายด้วยน้ำเปล่า ไม่มีกลิ่นหมักหมม ไม่ลอก ไม่แตกง่าย

วิธีใช้งาน

การควบคุมทั้งหมดจะอยู่ในรีโมทอันนี้ (ขอตินิดตรงหน้าตารีโมทดูเชยไปหน่อย) ส่วนวิธีการใช้งานสามารถศึกษาได้จากคู่มือ แต่ผมจะสรุปรวมสั้น ๆ เกี่ยวกับคำสั่งการใช้งานดังนี้ สามปุ่มบนสุดจะเป็นโปรแกรมหลักประกอบไปด้วย นวดผ่อนคลาย (Relax), นวดบำบัด (Therapy), นวดถุงลม (Air) จากนั้นหากคุณชำนาญมากพอจะเลือกเป็นเฉพาะส่วนตรงไหนก็ได้ ปรับความกว้างลูกกลิ้ง ปรับระยะลูกกลิ้ง ปรับขนาดลูกกลิ้ง ส่วนปุ่มเครื่องหมาย “+” ก็จะเป็นการปรับพนักพิงลง/ขึ้น ส่วนด้านล่างลงมาจากนี้ก็จะเป็นเรื่องของนวดเท้ากับเบาะนั่ง และสุดท้ายแต่สำคัญที่สุดก็คือปุ่มปิดเครื่อง รวมถึงการหยุดชั่วคราวนั่นเอง

เครื่องนวดจะทำงานเพียงแค่ 15 นาที

หากสังเกตจะเห็นว่ามีหน้าจอ LCD ขนาดเล็กอยู่มุมซ้ายบน ตรงนี้จะเป็นการแสดงผลว่าเหลือเวลาทำงานเท่าไหร่ 15 > 0 นาที โดยไม่สามารถปรับเวลาให้น้อยหรือเพิ่มขึ้นได้ ทั้งนี้ถามว่าทำไมถึงต้อง 15 นาที นั่นก็เป็นเพราะว่า “เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้งานเอง” บางทีอาจเผลอนวดสบายจนหลับไปแล้วลืมปิดเครื่อง หรือคนที่เข้าสปาบ่อย ๆ จะพบว่าการนวดที่มากเกินไปก็ทำให้ช้ำได้เหมือนกัน แต่หากคุณสุขภาพแข็งแรงดีแล้ววันนั้นเมื่อพิเศษจะนวด 15 นาที สักสองรอบติดก็ไม่ผิดแต่อย่างใด แต่ทางทีดีหากเป็นการใช้งานทั่วไป คือแบ่งการนวดออกเป็นช่วงเช้า-เย็นน่าจะดีต่อสุขภาพมากที่สุดไม่มากหรือน้อยจนเกินไป

ด้านหลังลงไปจะเป็นลักษณะของลูกกลิ้งนวด (Roller) สามารถวิ่งขึ้นและลงรวมถึงปรับขนาดความแรงได้ อารมณ์เหมือนมีหมอนวดมาจับเส้นและทุบหลังให้ ส่วนตรงที่นั่งจะเป็นระบบสั่น (Vibrator) ช่วยกระตุ้นกล้ามเนื้อให้ตื่นตัวและผ่อนคล้าย พร้อมกับมีการเพิ่มถุงลม (Airbag) บริเวณสะโพก, น่อง, ข้อเท้ารวมแล้วทั้งหมด 15 ถุงลม อารมณ์คล้ายกับที่วัดความดันที่มีการบีบและปล่อย เพียงแต่ให้ความรู้สึกแบบการบีบนวดแทน

สำหรับบริเวณเท้าจะมีการแบ่งออกเป็นสองส่วนด้วยกัน คือบริเวณน่องด้วยถุงลมชุดหนึ่ง และลงมาบริเวณข้อเท้าด้วยถุงลมอีกชุดหนึ่ง (อันนี้ชอบมาก! บีบแรงสะใจดี) นอกจากนี้ยังสามารถปรับความแรงได้สามระดับ (เบา, กลาง, แรง) หากวันไหนเมื่อยแต่ขาก็เลือกนวดเฉพาะส่วนได้ จะนอนหรือนั่งนวดก็ทำได้ทั้งหมด

รีวิวใช้งานจริง

ขนาดของเก้าอี้สูงอยู่ที่ประมาณ 120 ซม. ส่วนนางแบบในรูปความสูงประมาณ 165 ซม. ก็สามารถใช้งานได้อย่างไม่มีปัญหา แต่สำหรับคนที่เตี้ยมากกว่านี้อาจเจอปัญหา “ขาลอย” ซึ่งแก้ได้ด้วยวิธีการปรับเป็น “ท่านอน” ส่วนตัวผู้เขียนเองสูง 171 ซม. ก็สามารถใช้ทุกคุณสมบัติได้อย่างลงตัวไม่มีปัญหา เลยขออนุมานเอาเองว่าส่วนสูงที่เหมาะสมน่าจะอยู่ช่วง 160-170 ซม. (เกินหรือน้อยกว่านี้นิดหน่อยได้) จะใช้งานได้ดีที่สุด

การใช้งานแน่นอนว่าจำเป็นต้องผ่านรีโมทด้านซ้ายมือ ข้อดีก็คือไม่ต้องกังวลเรื่องถ่านและดีเลย์การใช้งาน เนื่องจากเป็นสายแบบต่อตรง การใช้งานช่วงแรกจะสับสนกับปุ่มเล็กน้อย แต่แก้ไขได้ด้วยการถ่ายเอกสารวิธีการใช้งานรีโมทติดเอาไว้ พอศึกษาการใช้งานได้สักพักก็จะเริ่มชิน จากโหมดนวดที่เราใช้งานเป็นประจำ

ส่วนโปรแกรมนวดแบบกำหนดเองจะมีตั้งแต่การนวดแบบคลึงไล่เส้น (Kneding) หรือจะเป็นแบบทุบเบา ๆ เพื่อกระตุ้นการทำงานของกล้ามเนื้อ (Tapping) หรือหากใครจะชอบแบบผสมผสานก็สามารถเลือกได้เช่นกัน โดยทุกอย่างสามารถเรียนรู้ได้จากคู่มือ แต่ส่วนตัวผู้รีวิวชอบใช้งานโปรแกรมสำเร็จรูป “Relax” มากกว่า

รีโมทจะมีไฟ LED คอยแสดงสถานะบอกว่ากดปุ่มไหนอยู่ เมื่อเลือกใช้งานโปรแกรมอัตโนมัติความแรงจะเริ่มจากน้อยไปมาก หากรู้สึกว่าเจ็บหรือไม่ไหวตรงนี้อย่าฝืน สามารถกดหยุดการทำงานได้ตลอดเวลา ซึ่งเมื่อเก้าอี้ปรับนอนอยู่จะถูกปรับเปลี่ยนเป็นท่านั่งให้เอง และจะว่าไปรีโมทแบบนี้ก็ดีอย่างตรงที่เราไม่ทำหายนั่นเอง

การปรับนอนจะอยู่ประมาณ 165 องศา (เกือบสุดแต่หัวยังอยู่สูงกว่าขาเล็กน้อย) และต้องเผื่อพื้นที่ด้านหน้าและด้านหลังเอาไว้อย่างละประมาณ 60 ซม. เพื่อที่จะสามารถปรับนอนได้โดยไม่ชนผนัง การวางมือก็สามารถปล่อยลงพนังพิงสองข้างได้อย่างอิสระ และไม่ต้องห่วงเรื่องเคลิ้มหลับไป ตัวเครื่องจะปิดเองเมื่อครบ 15 นาที

การนวดบริเวณขาผู้เขียนรีวิวคิดว่าแรงกำลังพอดี แต่นางแบบที่รีวิวมองว่าแรงไปหน่อย จึงจำเป็นต้องปรับความแรงให้อยู่ในระดับต่ำสุด หลังจากนวดเสร็จรู้สึกสบายเท้าแทบจะลอยได้ เหมาะกับคนเดินทำงานบ่อย

ถุงลมไม่เพียงแค่เฉพาะด้านข้างเท่านั้น แต่ยังมีรวมไปจนถึงส้นเท้าและฝ่าเท้า และตามคำแนะนำของคู่มือห้ามยืนบริเวณนี้โดยตรง เพราะอาจสร้างความเสียหายให้กับอุปกรณ์ได้ เมื่อลุกควรยื่นเท้าออกมาเหยียบพื้นแทน

นวดสบายแค่ไหน ?

ตรงนี้หากให้วัดออกมาเป็นคะแนนคงลำบาก แต่ความสบายที่ได้จากเก้าอี้นวดไฟฟ้า Rester Titan EC-362 ถึงแม้จะเป็นรุ่นเล็ก แต่ก็ให้ความสบายได้เกินความคาดหมาย มีความสบายเป็นรองจากการไปนวดที่ร้านเพียงเล็กน้อยเท่านั้น (หากบอกว่าสบายกว่าคงดูเกินจริงไปหน่อย) แต่ข้อดีก็คือเรานวดได้บ่อยตามที่ต้องการ

สบายเหมือนมีหมอนวดประจำบ้าน

โดยปกติแล้วสำหรับผู้เขียนรีวิวจะมีปัญหาเรื่องปวดหลัง จากการที่นั่งทำงานหน้าคอมฯ เป็นเวลานาน (Office Syndrome) ซึ่งเจ้าเก้าอี้ตัวนี้ช่วยให้แผ่นหลังและไหล่ ที่สะสมความเมื่อยล้าลดลงได้มาก ส่วนนางแบบจะมีปัญหาเรื่องปวดขาซึ่งเป็นอาการจากการเดินและยืนเป็นระยะเวลานาน ก็ช่วยให้ผ่อนคลายลงได้มาก

ไม่เพียงแค่การนวดปกติเท่านั้น หากแต่ไม่เปิดการทำงานก็สามารถเปลี่ยนเป็นโซฟานั่งทั่วไป สำหรับการดูหนังหรือนั่งเล่นโน้ตบุ๊คได้ เพียงแต่ด้วยความที่เบาะนวดขาแกะออกไม่ได้ ทำให้อาจเกะกะช่วงขาเล็กน้อย

สุดท้ายด้วยขนาดที่ใหญ่โตของมัน ทำให้บางครั้งเราอาจต้องขยับตำแหน่งบ้าง แต่ก็สามารถทำได้ง่ายดายด้วยผู้หญิงตัวคนเดียว ซึ่งความลับอยู่ตรงที่ “ล้อเลื่อน” บริเวณด้านล่าง ทำให้สามารถขยับตำแหน่งย้ายห้องได้โดยง่าย แต่หากใครต้องการย้ายชั้นหรือสถานที่ใช้งาน ถ้าไม่สะดวกทำเอง Rester ก็มีทีมคอยให้บริการ

ข้อดี

  1. เก้าอี้นวดไฟฟ้าที่ถูกและคุ้มค่าที่สุด
  2. โปรแกรมนวดครอบคลุมทุกการใช้งาน
  3. สามารถปรับเก้าอี้เอนลงนอนได้

ข้อเสีย

  1. ไม่มีที่วางแก้วน้ำหรือสิ่งของ
  2. หน้าตารีโมทแอบเชยไปนิด
  3. ปรับตั้งเวลาเองไม่ได้

สรุป

เก้าอี้นวดไฟฟ้า Rester Titan EC-362 ราคา 39,990 บาท เทียบเท่า iPhone XS Max เองด้วยซ้ำ! เพียงแต่เป็นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่ที่ใช้งานได้พร้อมกันทั้งครอบครัว และเมื่อเทียบกับราคาในตลาดถือว่าคุ้มค่ามาก มีการรับประกันที่ยาวนานและบริการหลังการขายที่เพียบพร้อม หากคิดจากราคานวดชั่วโมงละสองร้อย ใช้งานไปสักหนึ่งปีก็เกินคุ้มแล้วครับ

หมายเหตุ – บทความนี้เป็น Advertorial