Galaxy S8 กับพรีวิว 8 ความประทับใจแรกพบใน 8 นาที

article Event Preview Update

Galaxy S8 และ S8+ สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดจาก Samsung หลังจากเปิดตัวในวันที่ 29 มีนาคม 2560 กับพรีวิว 8 ความประทับใจแรกพบใน 8 นาที ซึ่งทางซัมซุงเอามาให้ลองเล่นในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ หลังจากเปิดตัวที่ต่างประเทศ (เข้าใจว่าทาง iReview.in.th เองก็ได้สัมผัสพร้อมกับสื่อเมืองนอกเช่นกัน) และเนื่องจากเป็นการสัมผัสเป็นระยะเวลาไม่กี่นาที ดังนั้นไม่ขอเรียกว่าเป็น Review ก็แล้วกันครับ

Samsung Galaxy S8

Samsung Galaxy S8

8 ความประทับใจ Galaxy S8

ก่อนอื่นต้องขอย้อนหลังไปสมัย Galaxy Note 7 ที่ยกเลิกการขายไปกลางคัน จึงทำให้รอบนี้ซัมซุงทำการบ้านมาดีขึ้น เพื่อขายตระกูล “S” แทนตระกูล “Note” โดยมีการตรวจสอบเรื่องแบตเตอรี่ที่ละเอียดมากยิ่งขึ้น และสำหรับซีรีย์นี้แบ่งออกเป็น S8 และ S8+ (แบ่งที่ขนาดหน้าจอ 5.8″ และ 6.2″ นอกนั้นก็แทบจะเหมือนกัน 100%)

1. ไร้ขอบอย่างแท้จริง

ส่วนตัวผมใช้ Galaxy S7 Edge และขายทิ้งไปซื้อ S7 รุ่นธรรมดาไปใช้ เหตุผลหลักเลยคือเรื่อง “จอโค้ง” ซึ่งเวลาใช้งานจริงพิมพ์ไม่สะดวก และมือเผลอไปโดนอยู่บ่อยครั้ง แต่สำหรับ S8 ไม่ค่อยโดนสักเท่าไหร่ และถึงเผลอไปโดนหน้าจอก็ไม่ตอบสนอง (ไม่แน่ใจว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะ Software ที่ปรับแต่งมารึเปล่า)

Galaxy S8 มีสัดส่วนหน้าจอ 18.5:9

หากเทียบกับ S7 หรือสมาร์ทโฟนทั่วไปจะมีขนาดหน้าจอ 16:9 แต่ด้วยความที่ S8 ตัดปุ่มทุกอย่างบนจอทิ้งไป และออกแบบมาให้ใช้พื้นที่ได้ถึง 80% ของหน้าจอ จึงทำให้มีพื้นที่แสดงผลแนวตั้งเพิ่มขึ้น และจอจะยิ่งใหญ่ขึ้นไปอีกหากคุณเลือก S8+ เท่ากับว่าสมาร์ทโฟนเครื่องขนาดเกือบเท่าเดิม แต่ได้หน้าจอที่ใหญ่กว่า

2. กล้องที่ไว้ใจได้

ช่วงนี้กระแส “กล้องคู่” กำลังมา แต่ทาง Samsung ไม่เล่นตามเกมด้วย Galaxy S8 เน้นเป็นกล้องที่เชื่อถือได้มากกว่า (ที่สำคัญคือมันไม่นูน) เทคโนโลยี Dual Pixel รูรับแสง f/1.7 ความละเอียด 12 MP ส่วนกล้องหน้า 8 MP พร้อมระบบประมวลผลแบบใหม่ โดยสามารถซูมและป้องกันภาพเบลอได้ดีกว่าเดิม

ก่อนหน้านี้ S7 เหมือนจะมีปัญหาเรื่อง Fix Focus (ใกล้ไปก็เบลอ ไกลไปก็เบลอ) แต่สำหรับรุ่นนี้ Samsung ทำมาดีพร้อมเทคโนโลยี Face Recognition จับใบหน้าได้หลายคนพร้อมกัน พร้อมปรับชัด-เบลอได้ด้วย

3. กันน้ำกันฝุ่น

ในส่วนของมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP68 เหมือนเดิมไม่มีอะไรใหม่ แต่ถามว่าทำไมต้องมีอะไรใหม่ ในเมื่อมาตรฐานเดิมก็เพียงพออยู่แล้ว ส่วนตัวค่อนข้างชอบมือถือกันน้ำ และเป็นคุณสมบัติที่ “ต้องมี” ในยุคนี้ ซึ่งหากรุ่นไหนไม่มีความน่าสนใจจะหายไปเกือบ 50% เลยทีเดียว

4. ระบบเสียงที่ดีขึ้น

ระบบเสียง UHQ 32 bit เท่าที่ได้ฟังไปเสียงดีขึ้นมาก และข่าวดีก็คือ แถมหูฟัง AKG มาให้ในกล่องเลย เป็นหูฟังแบบ In-Ear สายแบบผ้าไม่พันกัน (เสียดายไม่มีรูปให้ดู) ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เพราะก่อนหน้านี้ Samsung ได้ซื้อกิจการ Harman มาถึง 8 พันล้านเหรียญ และทาง AKG ก็เป็นหนึ่งในแบรนด์ลูก

5. หน่วยประมวลผลใหม่

ครั้งแรกในโลกกับหน่วยประมวลผลขนาด 10 นาโนเมตร รองรับอนาคตถึงชาติหน้าทั้ง Gigabit LTE และ Gigabit Wi-Fi ในความเร็วระดับ 1 กิกะบิตต่อวินาที น่าเศร้าที่มันเร็วกว่ารุ่นเดิมแค่ 11% และ 23% สำหรับเรนเดอร์กราฟิค

6. ผู้ช่วยส่วนตัวคนใหม่

Apple ยังมี Siri ดังนั้น Samsung ก็ต้องมี Bixby ปัญญาประดิษฐ์สุดล้ำกับ 4 ความสามารถ

  1. Bixby Vision ค้นหาข้อมูลจากรูปภาพ สามารถหาที่ซื้อกับราคาได้เลยผ่าน Amazon
  2. Bixby Voice สั่งงานด้วยเสียงทำได้เกือบ “แทบจะทุกอย่าง” แทนการสัมผัสจอ
  3. Bixby Home ปรับแต่งเครื่องตามพฤติกรรมของผู้ใช้ เรียนรู้ได้ว่าเราชอบอะไรจากการใช้งาน
  4. Bixby Reminder แจ้งเตือนเรื่องสำคัญ (ไม่น่าใหม่เท่าไหร่) พวกตารางนัดหมาย วันสำคัญ

ภาษาที่รองรับ 8 ภาษา ไม่มีภาษาไทย ซึ่งเบื้องต้น App ที่รองรับก็จะเป็นของเครื่องโดยส่วนใหญ่ และก็พวก Twitter, Youtube, ฯลฯ โดยในอนาคตจะเปิดให้ผู้พัฒนารายอื่น (Third-Party) ติดตั้ง Bixby เข้าไปได้ด้วย

นอกจากนี้อนาคตยังสวยงามเพราะ Samsung เองก็เป็นผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้ารายใหญ่ Bixby มีสิทธิที่จะเข้าถึงกับเครื่องใช้ไฟฟ้าในอนาคตแทบทุกชนิด เช่น โทรทัศน์, เครื่องดูดฝุ่น, ไมโครเวฟ, ตู้เย็น, ฯลฯ ช่างเป็นอนาคต IoT ที่ดูสดใสไม่ใช่น้อย

7. สแกนม่านตา

คุณสมบัติที่มากับ Note 8 แต่ว่ายกเลิกขายไป ดังนั้น S8 และ S8+ จึงเป็นรุ่นเดียวที่สามารถใช้งานสแกนม่านตา (Iris Scanner) ได้ในตอนนี้ ส่วนความเร็วก็ระดับเสี้ยววินาที (ไม่ช้าเหมือนสแกนใบหน้าใน Android ทั่วไป) สามารถแบ่งโฟลเดอร์ลับ (Secure Folder) รวมถึงใช้งานแทนรหัสผ่านร่วมกับ Samsung Pay หรือแอปพลิเคชันอื่น

8. บลูทูธรุ่นใหม่ล่าสุด

Galaxy S8 เป็นหนึ่งในสองสมาร์ทโฟนของโลกที่ใช้ Bluetooth 5.0 (รุ่นแรกคือ Xperia XZ Premium) ความพิเศษของ Bluetooth 5.0 นอกจากจะส่งข้อมูลได้ไกลขึ้นถึง 4 เท่า ยังมีความเร็วมากกว่าเดิม 2 เท่า (รองรับอนาคต) และยังสามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์หูฟังบลูทูธเพื่อใช้งาน “พร้อมกัน” ถึงสองอุปกรณ์ในเวลาเดียวกัน

Samsung Galaxy S8 Spec

Samsung Galaxy S8 Spec

สุดท้ายคงต้องมาลุ้นกันเรื่องราคา Galaxy S8 กันอีกทีหนึ่ง ส่วนกำหนดขายในต่างประเทศอยู่ที่ 21 เมษายน 2560 และสำหรับประเทศไทยก็น่าจะช้ากว่ากันไม่กี่สัปดาห์ หรืออาจห่างกันไม่กี่วันก็เป็นได้ครับ

We like Review !!!