หูฟังคืออุปกรณ์พื้นฐานสำหรับความบันเทิง ซึ่งตรงนี้ผมเป็นคนที่ไม่ค่อยให้ความสำคัญมาก่อน ส่วนใหญ่หูฟังที่ผมใช้ก็มักจะเป็นหูแถมหรือหูตลาดทั่ว ๆ ไปไม่ได้มีอะไรพิเศษ ซึ่งในวันนี้ก็เป็นโอกาสดีที่ผมได้เทสหูฟังจาก V-MODA เป็นรุ่น Crossfade M-100 ซึ่งมันไม่ธรรมดาเลยทีเดียวกว่าจะเป็นหูฟังตัวนี้ได้ ทำไมน่ะหรอ? เรามาไปดูกัน

Review-V-MODA-Crossfade-M-100 (1)

สำหรับแรงบันดาลใจกว่าจะมาเป็น V-MODA Crossfade M-100 นั้นไม่ง่ายเลย ซึ่งหากถ้าได้อ่านจาก Blog ของ @jetboat26 แล้วสรุปได้สั้น ๆ ดังนี้

หูฟัง V-MODA Crossfade M-100 ถูกสร้างขึ้นโดยชายคนหนึ่งที่ชื่อ Val Kolton (ตอนนั้นเขาเป็นมือกลอง และเริ่มเขียนโปรแกรมตอน 7 ขวบ) ทีนี้วันนึง Val Kolton พบสตรีชั้นสูงนางนึงที่แต่งกายและมีรสนิยมอย่างหรูหรา แต่กลับใช้หูฟังพลาสติกธรรมดา ๆ จึงเกิดแรงบันดาลใจที่จะทำหูฟังจากโลหะขึ้นมา

พอเมื่อทำเสร็จ Val Kolton นำไปขายที่ทุกร้านบนถนนสายแฟชั่นแต่ก็ไม่มีใครสนใจรับไปขาย เพียงเพราะพ่อค้าส่วนใหญ่คิดว่ามันควรจะไปวางขายที่ร้านอุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์มากกว่าร้านของตน สาเหตุเพราะมันเรียบง่ายและไม่มีสีสัน

ไม่ต้องตอบก็คงจะพอทราบคำตอบกันดีว่าเขา “ยอมแพ้” หรือ “สู้ต่อ” จนมาเป็นหูฟัง V-MODA Crossfade M-100 ในวันนี้

แค่ฟังประวัติก็น่าขนลุกแล้วครับ สำหรับสเปคโดยละเอียดแนะนำให้เข้าไปดูในเว็บไซต์ผู้ผลิตครับ ที่นี่

Review-V-MODA-Crossfade-M-100 (2)

กรอบโลหะด้านข้างของหูฟังสามารถ Customize ได้โดยการส่งไฟล์และสั่งมาที่ http://v-moda.com/custom-shield-kits/ ราคาอยู่ที่ $25 (ประมาณ 750 บาท) สำหรับในประเทศไทยยังไม่มีเครื่องสกรีนดังกล่าว ซึ่งจากที่ทางทีมงานได้สัมพาทย์บริษัทนำเข้าพบว่า ทางบริษัทมีแผนที่จะนำเข้าเครื่องสกรีนนี้อยู่เหมือนกัน

Review-V-MODA-Crossfade-M-100 (3)

แกะกล่อง V-MODA Crossfade M-100

แกะกล่องออกมาเป็นกล่องใส่หูฟังครับ หน้าตาดีเลยทีเดียวดูละม้ายคล้ายกับวัตถุจากต่างดาวยังไงยังงั้น

Review-V-MODA-Crossfade-M-100 (4)

ด้านในเป็นสีส้มสดใสครับ วัสดุที่ใช้ทำกล่องหูฟังดีมาก ๆ เลย

Review-V-MODA-Crossfade-M-100 (5)

สายที่แถมมามีสองแบบและนี่ก็คือแบบแรก มีสีส้มสดสำหรับใช้กับ Smart Phone ซึ่งจะมีปุ่มสำหรับใช้รับสายได้ในตัวเลย แต่น่าเสียดายเล็กน้อยตรงที่มันไม่มีปุ่มสำหรับปรับเสียง จึงไม่สามารถปรับจาก V-MODA Crossfade M-100 ได้ ต้องปรับจาก Smart Phone อย่างเดียว

Review-V-MODA-Crossfade-M-100 (6)

ขั้วหูฟังแปลงขนาด 3.5 มม. เป็น 6.3 มม. ซึ่งชุบด้วยทองคำ 24k เช่นเดียวกับแจ็คอื่น ๆ

Review-V-MODA-Crossfade-M-100 (7)

คราวนี้เป็นสายอีกเส้นที่แถมมาหลายคนอาจสงสัยว่ามันต่างกันอย่างไร จริง ๆ แล้วอันนี้มันไม่มีไมค์ในตัวครับ หรือก็คือใช้กับอุปกรณ์ฟังเพลงทั่ว ๆ ไปนั่นเอง (เผื่อมันอาจจะเกะกะ บางคนไม่ชอบให้มีไมค์ลอยไปมา)

Review-V-MODA-Crossfade-M-100 (8)

สำหรับสายเส้นนี้จะมีแจ็คแยกมาพิเศษอีกตัวหนึ่งสำหรับเสียบไมโครโฟนเสริมภายนอก (Boom Pro Mic) สำหรับสายนั้นทำมาจาก Kevlar ซึ่งทาง V-MODA ได้ทดสอบแล้วว่ามันสามารถทนทานต่อการดึงหรือหักงอได้ถึงล้านครั้ง

Review-V-MODA-Crossfade-M-100 (9)

ตัวหูฟัง V-MODA Crossfade M-100 ทรงนี้แข็งแรงมากครับ ผ่านการทดสอบจาก V-MODA ว่าสามารถรองรับการตกหล่นลงบนวัสดุคอนกรีตได้ถึง 6 ฟุต (มากกว่ามาตรฐานถึง 10 เท่า) นอกจากนี้ยังทนอุณหภูมิที่สูงและต่ำ, ความชื้น, สเปรย์, เกลือและการสัมผัสรังสียูวีได้ในระดับสูงอีกด้วย

Review-V-MODA-Crossfade-M-100 (10)

แจ็คด้านข้างของ V-MODA Crossfade M-100 สามารถเสียบได้ถึงสองด้าน (Dual Inputs) ซึ่งก็ช่วยอำนวยความสะดวกให้เราได้มากทีเดียว และถ้าหากใครต้องการแชร์เพลงให้เพื่อนฟังสามารถเอาหูฟังอีกอันของเพื่อนมาเสียบต่อจาก V-MODA Crossfade M-100 ของเราได้เลย

Review-V-MODA-Crossfade-M-100 (11)

มีสกรีนเป็นสีแบ่งแยกซ้ายและขวาอย่างชัดเจน ซึ่งสำหรับน้ำหนักของ V-MODA Crossfade M-100 นั้นอยู่ที่ 280 กรัม

Review-V-MODA-Crossfade-M-100 (12)

สัมผัสเสียงที่ได้จาก V-MODA Crossfade M-100

ก่อนอื่นขอเอ่ยปากก่อนเลยว่าผมเองไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านเสียงอะไรนัก เป็นเพียงแค่ผู้ใช้งานธรรมดา ๆ ที่นาน ๆ จะมีโอกาสได้สัมผัสหูฟังระดับเทพกันบ้าง ดังนั้นผมจะขอสรุปประสบการณ์ที่ได้จาก V-MODA Crossfade M-100 ดังนี้

เสียงที่ได้จาก V-MODA Crossfade M-100 ค่อนข้างที่จะหนักแน่น เหมาะสำหรับการฟังเพลงและเล่นเกม ทันทีที่ผมเปิดฟังสัมผัสได้เลยว่าเสียงมันค่อนข้างจะดังกระหึ่ม (ยิ่งถ้าได้แอมป์ดี ๆ ยิ่งดังเข้าไปใหญ่) เวลาฟังมิติของเกมสัมผัสถึงทิศทางได้รอบตัว เนื่องจากตัวหูฟังมันสามารถเก็บรายละเอียดความแตกต่างเล็ก ๆ น้อย ๆ ทำให้ความมีมิติมากยิ่งขึ้น

สำหรับเพลงนั้นเบสค่อนข้างจะหนักเป็นลูก ๆ แต่ยังไม่ถึงกับทรมานหู ถึงแม้เสียงฝั่งแหลมจะโดนกลบเล็ก ๆ ก็ตาม โดยรวมแล้วหูฟังถูกการปรุงแต่งมาค่อนข้างดีระดับนึง ซึ่งเราแทบไม่ต้องปรับ Equalizer ในอุปกรณ์อีกเลย (เหมาะสำหรับคนฟังเพลงเอามันเข้าว่า ไม่ค่อยสะท้อนต้นฉบับเสียเท่าไหร่)

Review-V-MODA-Crossfade-M-100 (13)

ในส่วนของการเปรียบเทียบหากให้เทียบกับหูฟังแนว ๆ เดียวกันก็คงหนีไม่พ้น Monster Beat ซึ่งผมบอกได้คำเดียวว่า V-MODA Crossfade M-100 ชนะเลิศในด้านเสียงเกือบทุกด้าน (แถมยังราคาถูกกว่า) ซึ่ง Monster Beat สำหรับผมว่าเสียงมันออกแนวตัน ๆ เหมาะกับฟัง HIPHOP แค่อย่างดียว

สำหรับเรื่องพื้นฐานอย่างฟองน้ำนั้นใส่สบายไม่ปวดหู (สำหรับคนหูปกติ) แต่สำหรับคนหูใหญ่และหัวโตอย่างผมแล้วจะเริ่มรู้สึกอึดอัดก็ต่อเมื่อฟังเพลงต่อเนื่องประมาณ 6 ชั่วโมงขึ้นไป แต่สิ่งที่แปลกใจคือมันไม่รู้สึกหนักหัวเลยทั้ง ๆ ที่วัสดุก็เป็นโลหะ

Review-V-MODA-Crossfade-M-100 (14)

ข้อดีของมันคือสามารถพับเก็บได้ง่ายและวัสดุที่แข็งแรง แต่สำหรับคนที่ต้องการให้ V-MODA Crossfade M-100 เป็นเครื่องประดับนั้นอาจจะต้องผิดหวังหน่อย เพราะว่าเวลาคล้องคอมันไม่เท่ห์และไม่สะดวกเอาเสียเลย เนื่องจากระยะห่างของหูฟังมันแคบทำให้รัดคออยู่ตลอดเวลา ถึงแม้จะดึงมาสุดแล้วก็ตาม ต่างจาก Monster Beat ที่คล้องคอแล้วดูดีกว่ามาก

รีวิวแกะกล่อง V-MODA Crossfade M-100 แบบเป็น VDO ครับ

ข้อดี

  1. วัสดุจากโลหะ ทนทาน คุ้มค่า ในราคาไม่ถึงหมื่น
  2. มีสายให้สองเส้น มีไมค์ และสามารถแชร์หูฟังได้
  3. สามารถต่อสายหูฟังได้สองด้าน
  4. สายแบบ Kevlar ทนการหักงอและดึงได้ถึงล้านครั้ง

ข้อเสีย

  1. ยังไม่มีบริการออกแบบกรอบข้างหูฟังในไทย
  2. ไม่เหมาะสำหรับการคล้องคอเพื่อเป็นเครื่องประดับ
  3. ไม่เหมาะสำหรับการสวมใส่ทั้งวันตั้งแต่เช้ายันเย็น

สรุป

เป็นหูฟังที่น่าสนใจมาก ๆ ครับ ในราคาไม่ถึงหมื่นและดีไซน์นั้นไม่ขี้เหร่เลย แถมยังใช้วัสดุได้สมกับราคาอีกด้วย ความทนทานและความอเนกประสงค์ของมันเหมาะสำหรับคนที่อยากซื้อหูฟังแค่ตัวเดียว แต่ใช้กันยาว ๆ ทน ๆ และใช้ในหลายงานครับ (สายคุ้มค่า)

หากท่านสนใจผลิตภัณฑ์ตัวนี้สามารถหาซื้อได้ที่ ProPlugin, SanookGadget, iMuse หรือร้านค้าตัวแทนจำหน่ายอย่าง Jet Live Audio สำหรับราคาเปิดตัวอยู่ที่ 9,900 บาท

ขอขอบคุณ : V-MODA (Thailand) สำหรับหูฟังที่ส่งมาให้ทีมงานได้รีวิวและทดสอบ