ทำไมต้องเป็น Hisense?

Hisense ดำเนินธุรกิจมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1969 ด้วยเทคโนโลยีชั้นสูงและทีมเทคนิคที่มีความเชี่ยวชาญ จึงทำให้สามารถผลิตสินค้าที่มีคุณภาพยอดเยี่ยมเข้าสู่ตลาดอยู่เสมอ เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับความคุ้มค่าอย่างสูงสุด อีกทั้ง Hisense ยังเป็นแบรนด์จากประเทศจีนแบรนด์แรกในประวัติศาสตร์ ที่สนับสนุนการแข่งขันฟุตบอลยุโรป สู่การได้รับการจัดอันดับให้เป็น 1 ใน 10 แบรนด์จีนในต่างประเทศ เป็นเวลา 6 ปีติดต่อกัน ซึ่งปัจจุบันไฮเซ่นส์เป็นผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการของการแข่งขันฟุตบอลโลกปีนี้อีกด้วย

01-Hisense---U8H

1. U8H Series

ในปี 2021 U8 Series เป็นหนึ่งใน ทีวี ไฮเซ่นส์ ที่ได้รับการยกย่องมากที่สุดในด้านราคาที่คุ้มค่า และเป็นหนึ่งในทีวีที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในกลุ่มผู้บริโภค โดยรุ่นนี้มี 2 ขนาด ได้แก่ 55 นิ้ว และ 65 นิ้ว มาพร้อมกับไฟแบ็คไลท์ LED แบบ Quantum Dot มีอัตราการรีเฟรช 120Hz ให้ความสว่างสูงสุดถึง 1200 นิต ด้านความบันเทิงมีการรองรับระบบ IMAX, Dolby Vision IQ และ HDR10+ รวมถึง Dolby Atmos และ eARC ให้คุณเพลิดเพลินไปกับการดูทีวีแบบความสมจริง เหมือนอยู่ในโรงภาพยนตร์ ส่วนคุณสมบัติการเล่นเกม รุ่นนี้ได้ให้ HDMI ความเร็วสูงพิเศษมาด้วยโหมดเวลาแฝงต่ำอัตโนมัติ มีการปรับอัตราการ รีเฟรชเรตตามการใช้งาน พร้อมฟีเจอร์ Game Mode Pro ในระบบปฏิบัติการ VIDAA U6 ที่ทำให้ U8H เป็นศูนย์รวมความอัจฉริยะที่ยอดเยี่ยม

02-Hisense---U7H

2. U7H Series

สำหรับปี 2022 นี้ เอาใจเหล่าเกมเมอร์ทั้งหลายด้วย U7H Series ที่มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 55, 65, 75 และ 85 นิ้ว รวมถึงเทคโนโลยีสุดล้ำ ไม่ว่าจะเป็น Game Mode Pro ออกคำสั่งจากคอนโทรลเลอร์มีความเที่ยงตรงกับบนหน้าจอ การจดจำลำดับการเล่นเกม และปรับการตั้งค่าการแสดงผลให้เหมาะสม โดยอัตโนมัติเพื่อประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยม ถึงแม้ว่า U7H จะเป็นรุ่นรองจาก U8H แต่ยังมีคุณสมบัติต่างๆ เช่น Dolby Vision, HDR 10+, Quantum Dot และ FreeSync รวมถึง Dolby Atmos และ eARC และอัตราการรีเฟรช 120Hz ที่ทำให้การเล่นเกม การรับชมกีฬาและภาพยนตร์ มีความคมชัด ลื่นไหล และนุ่มนวล สมจริงทุกการเคลื่อนไหวแบบไม่มีสะดุด

03-Hisense---U6H

3. U6H Series

สำหรับ U6H Series มาพร้อมขนาดหน้าจอ 55, 65, 75 และ 85 นิ้ว มีความแตกต่างไปจาก U6H Series และ U7H Series ด้วยสเป็กแบบรุ่นกลาง มีอัตราการรีเฟรช 60Hz และได้มีการนำเทคโนโลยี Quantum Dot และไฟแบ็คไลท์ LED ขนาดเล็กเพื่อการหรี่แสงแบบ Full Array Local Dimming ออกไป โดยรุ่นนี้ยังคงจัดเต็มด้วยคุณสมบัติอื่นๆ ในด้านเอ็นเตอร์เทนเมนต์ เพื่อให้การรับชมทีวีที่บ้านของคุณเต็มไปด้วยความสุข

4. VIDAA U6

ในปี 2022 ทุกผลิตภัณฑ์ระดับพรีเมียมของไฮเซ่นส์อย่าง ULED จะใช้ระบบปฏิบัติการ VIDAA U6 ซึ่งจะทำให้ผู้ใช้งานได้รับประสบการณ์การทำงานที่เร็วขึ้นและการใช้งานที่ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น และยังทำให้การเชื่อมต่อทีวีกับสมาร์ตโฟนของคุณเป็นไปอย่างไร้รอยต่อ พร้อมมีเทคโนโลยีควบคุมด้วยเสียงแบบ แฮนด์ฟรี ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถใช้เสียงของตนเองเพื่อค้นหาและเข้าถึงความบันเทิงได้อย่างสะดวกสบาย

5. A7H, A6H, A4H Series

หากคุณมีงบจำกัดหรือกำลังมองหาทีวีสำหรับการใช้งานทั่วไป Hisense รุ่น A7H, A6H และ A4H จะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับคุณ ซึ่งทีวีรุ่นเหล่านี้ไม่มีเทคโนโลยี ULED แต่ไฮเซ่นส์ ก็ยังให้ Dolby Vision, HDR10, eARC และ Dolby Atmos มาอีกด้วย

A7H มาพร้อมขนาดหน้าจอ 85 นิ้ว ในขณะที่ A6H มี 2 ระบบปฏิบัติการ ได้แก่ VIDAA และ Android ให้เป็นตัวเลือกสำหรับคุณ สำหรับ VIDAA มีขนาดหน้าจอ 43, 50, 55 และ 65 นิ้ว สำหรับ Android มีขนาดหน้าจอ 43, 50, 55, 65 และ 75 นิ้ว ส่วนรุ่น A4H หน้าจอมีความละเอียด 1080p FHD (ทีวีรุ่นอื่นๆ ทั้งหมดที่กล่าวถึงในบทความนี้เป็นแบบ 4K UHD) มีดีไซน์แบบไร้ขอบแบบใหม่ มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 32 และ 40 นิ้ว มี 2 ระบบปฏิบัติการ ได้แก่ VIDAA และ Android

KV--Hisense_TV2022

หมายเหตุ: ทีวีไฮเซ่นส์รุ่นปี 2565 ทั้งหมดจะมีคำว่า “H” ต่อท้ายชื่อรุ่นและรุ่นปี 2564 มีป้ายกำกับว่า “G”

ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.hisense.co.th หรือเพจเฟซบุ๊ก www.facebook.com/HisenseThai