อย่างที่หลายคนทราบกันดีว่า SEO เป็นเครื่องมือทางการตลาดที่มีประสิทธิภาพมากในปัจจุบัน ด้วยยุคสมัยที่ทุกอย่างอยู่บนโลกออนไลน์ ทำให้มันกลายรูปแบบการตลาดยอดนิยมสำหรับธุรกิจในยุคนี้ที่มีการแข่งขันสูง เพื่อที่จะให้แคมเปญ SEO มีประสิทธิภาพมากที่สุดหลายคนเลือกจะจ้างมืออาชีพที่รับทำ seo โปรโมท เว็บไซต์ เพื่อมาทำ SEO ให้กับแบรนด์ ซึ่งแม้ว่าในหลาย ๆ ครั้งจะให้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจแต่ก็ต้องแลกมากับต้นทุนค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น แม้ว่าการจัดอันดับเว็บไซต์มีขั้นตอนที่หลากหลาย แต่เนื้อหาบนเว็บไซต์หรือบทความก็เป็นสิ่งที่สำคัญมาก ดังนั้น หากคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังมองหาวิธีการทำ SEO ด้วยตัวเอง เทคนิคการผลิตเนื้อหาหรือบทความเพื่อ SEO นี้จะช่วยคุณได้ เราไปดูกันดีกว่าว่าขั้นตอนการเขียนเนื้อหาสำหรับ SEO มีอะไรบ้าง

1. เลือกคีย์เวิร์ดสำหรับ SEO

“คีย์เวิร์ด” ถือเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการทำ SEO เพราะเป็นส่วนที่กลุ่มเป้าหมายจะใช้ค้นหาเพื่อมาเจอคุณ เช่น ถ้าหากสินค้าหรือบริการของคุณเป็นเรื่องเกี่ยวกับการลดน้ำหนัก คีย์เวิร์ดก็อาจจะเป็น “ลดน้ำหนัก” เป็นต้น ซึ่งหลายคนอาจจะสงสัยว่าแล้วเราจะรู้ได้ยังไงว่าควรจะเลือกคีย์เวิร์ดไหนมาใช้ ซึ่งสำหรับวิธีง่ายที่สุดในการหาคีย์เวิร์ดที่เหมาะกับคุณก็คือการใช้ Google Keyword Planner ซึ่งจะช่วยหาคีย์เวิร์ดที่เหมาะสมกับสินค้าหรือบริการของคุณ

2. เลือกหัวข้อบทความ

เมื่อได้คีย์เวิร์ดที่ต้องการแล้ว ก็เลือกหัวข้อบทความที่เกี่ยวข้องกับคีย์เวิร์ดนั้น และต้องเป็นหัวข้อที่น่าสนใจ มีความเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการของคุณ เช่น คีย์เวิร์ดคุณคือ ลดน้ำหนัก หัวข้อบทความอาจะเป็น “10 เคล็ดลับการลดน้ำหนักที่ได้ผล” เป็นต้น เพราะถ้าเป็นเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกับความสนใจของกลุ่มเป้าหมาย หรือไม่สามารถดึงดูดกลุ่มเป้าหมายให้กดเข้ามาดูได้ การผลิตบทความนั้นก็แทบจะไม่มีประโยชน์อะไรเลย

3. บทความควรยาว และมีคุณภาพ

หลังจากที่เลือกหัวข้อและคีย์เวิร์ดเสร็จเรียบร้อยแล้วก็เป็นส่วนของการลงมือเขียนบทความ ซึ่งสำหรับการทำ SEO นั้นบทความยิ่งยาวจะถือว่าได้เปรียบ แต่ก็ต้องเน้นคุณภาพของการเขียนด้วย เพราะทั้งหมดนี้จะถูกนำไปคิดคะแนนสำหรับ SEO แทบทั้งสิ้น โดยจำนวนคำของบทความที่แนะนำสำหรับการทำ SEO จะอยู่ที่ 500 – 1000 คำ ขึ้นไป

4. มีการใช้สื่อมีเดียประกอบบทความ

อีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยได้สำหรับการทำ SEO ก็คือ ควรมีการใช้สื่อมีเดียต่าง ๆ เช่น รูปภาพ และคลิปวิดีโอ ประกอบในบทความ เพราะนอกจากจะช่วยทำให้บทความมีความน่าสนใจมากขึ้นแล้วยังช่วยเพิ่มคะแนน SEO ได้อีกด้วย

5. ใส่คีย์เวิร์ดที่เตรียมมาลงไปในบทความ

ในการเขียนบทความ SEO อีกส่วนที่สำคัญก็คือการใส่คีย์เวิร์ดที่เตรียมมาลงไปในบทความ โดยการใส่คีย์เวิร์ดจะมีหลักการดังนี้

  • ใส่คีย์เวิร์ดลงใน Headline
  • ใส่คีย์เวิร์ดลงในย่อหน้าแรก
  • ใส่คีย์เวิร์ดลงในลิงก์ URL ของเว็บ
  • ใส่คีย์เวิร์ดลงในชื่อไฟล์มีเดียประกอบบทความ
  • ใส่คีย์เวิร์ดไว้ใน 100 คำแรกของหน้าเว็บไซต์

6. แชร์บทความของตัวเองลงในสื่อโซเชี่ยลมีเดียต่าง ๆ

เมื่อคุณเขียนบทความเสร็จเรียบร้อยตาม 5 ข้อที่กล่าวมา ขั้นตอนต่อไปก็คือการแชร์บทความของตัวเองลงในสื่อโซเชี่ยลมีเดียต่าง ๆ ซึ่งการแชร์บทความลงโซเชี่ยลจะเป็นการเพิ่มช่องทางในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย และปริมาณการเข้าชมที่เพิ่มขึ้นจะทำให้คะแนน SEO ของบทความเพิ่มขึ้นตามมา

7. ติดตามคีย์เวิร์ดและบทความของตัวเองอย่างใกล้ชิด

สิ่งสุดท้ายที่ต้องทำก็คือ การติดตามผลตอบรับของบทความที่ทำไป ซึ่งคุณสามารถใช้เครื่องมือ เช่น Google analytics เพื่อดูตัวเลขการเข้าชมบทความนั้น ๆ และนำผลลัพธ์ที่ได้มาปรับปรุงการเขียนในครั้งต่อ ๆ ไป

แน่นอนว่าการผลิตเนื้อหาหรือบทความบนเว็บไซต์อาจไม่ใช่ทั้งหมดของการทำ SEO แต่ก็เป็นส่วนที่สำคัญมากที่คุณไม่ควรมองข้าม หากคุณรู้วิธีที่จะสามารถผลิตเนื้อหาที่มีคุณภาพสำหรับ SEO ด้วยตัวเองได้ ก็ถือว่ามีชัยไปกว่าครึ่ง